in-top04
inner-02
การเลือกตั้ง

cal-03 cal-04 cal-05
cal-07
เข้าสู่ระบบ
forget password ลืมรหัสผ่าน     register สมัครสมาชิก
calendar
calendar calendar calendar
     
 
enews
 
รับข่าวสาร ยกเลิกรับข่าวสาร
 
     

calendar calendar
calendar
ย้อนกลับ ไป
กลับ พ.ค. 2556 ต่อไป
วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์
       1  2  3  4
  5   6   7   8   9   10   11
  12   13   14   15   16   17   18
  19   20   21   22   23   24   25
  26   27   28   29   30   31  
เลือกวันที่ต้องการดูข่าว
ดูทั้งหมด
 
calendar calendar calendar


ร่วมลงนามถวายพระพร
สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง
กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
ลูกเสืออาสา กกต. เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย
สำนักวินิจฉัยและคดี
สำนักผู้ตรวจการ
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง
สหกรณ์ออมทรัพย์องค์กรอิสระจำกัด
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
เว็บไซด์รับฟังความคิดเห็นด้านกฎหมายไทย
banner2
การเลือกตั้งท้องถิ่น
 
 

ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละแห่งที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน  แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ

 
 

 
 

มีหน้าที่ออกกฎหมายท้องถิ่นและตรวจสอบ
การบริหารงานของท้องถิ่นได้แก่

  1. ส.อบต.
  2. ส.ท.
  3. ส.จ.
  4. สมาชิกสภาเมืองพัทยา, ส.ก.

มีหน้าที่ในการควบคุมและบริหารกิจการของท้องถิ่นได้แก่

  1. นายก อบต.
  2. นายก เทศมนตรี
  3. นายก อบจ.
  4. นายกเมืองพัทยา, ผู้ว่าฯ กทม.
 
 
   
 
 
การเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนในระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้มีตัวแทนไปทำหน้าสำคัญแทนพวกเรา  เช่น  ปกป้องผลประโยชน์  และดูทุกข์สุกของประชาชนในท้องถิ่น  ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในชุมชน  ซึ่งหากไม่มีผู้แทนก็จะไม่มีผู้นำเสนอปัญหาเหล่านั้นก็จะไม่ได้รับการแก้ไข
 
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การบริการแก่ประชาชนในด้านต่างๆ เช่น
         ด้านการศึกษา  วัฒนธรรม ประเพณี
         ด้านสาธารณูปโภค
         ด้านปกป้องและบรรเทาสาธารณภัย  โรคติดต่อ
         ส่งเสริมพัฒนา  สตรี  เด็ก  เยาวชน  ผู้สูงอายุ
 
 
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือผู้ที่มีคุณสมบัติดังนี้
         มีสัญชาติไทย  ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า  5  ปี
         มีอายุไม่ต่ำกว่า  18  ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม  ของปีที่มีการเลือกตั้ง  และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง  เช่น ถ้าเราอาศัยอยู่ใน อบต.  ก็เลือกนายก อบต. กับ ส.อบต.  เช่นกัน  ถ้าอาศัยอยู่ในเขตเทศบาล  ก็เลือก  นายกเทศมนตรี กับ ส.ท.  เป็นต้น
 
 
การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับต้อง เตรียมพร้อม เหมือนกันดังนี้
         20 วัน ก่อนวันเลือกตั้งตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ที่ว่าการอำเภอที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เขตชุมชนหรือที่เลือกตั้ง
         15 วัน ก่อนวันเลือกตั้งเจ้าบ้านจะได้รับหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้ตรวจสอบชื่อ-นามสกุลและที่เลือกตั้ง
         10 วัน ก่อนวันเลือกตั้งหากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเองหรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ยื่นคำร้องขอเพิ่มขึ้น-ถอนชื่อต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น
 
 
ก่อนไปลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้ง  ขอให้เตรียมหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
         บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรหมดอายุใช้ได้)
         บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ
         บัตรประจำตัวหรือหลักฐานที่ราชการออกให้โดยต้องมีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชน  เช่น  ใบขับขี่  หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)
 
 
         เป็นคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น  รับรู้ปัญหาของท้องถิ่น
         มีคุณธรรมและรู้จักเสียสละ  ไม่เห็นแก่ตัว
         มีการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์  โดยไม่ผิดกฎหมาย
         เข้าถึงประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ  เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและนำมาแก้ไขโดยเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและปฏิบัติได้จริง
         เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน  เพื่อร่วมกันพัฒนา
         เป็นแบบอย่างของการรู้จักรักษาประโยชน์ส่วนรวม
         มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตย
         ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง  เช่น  แจกเงินหรือสิ่งของ
 
 
เมื่อท่านมีโอกาสไปทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วไม่ควรเลือกผู้สมัครที่โกงการเลือกตั้งเป็นผู้แทนท้องถิ่นในทุกระดับเพราะผู้สมัครที่โกงการเลือกตั้งโดยใช้เงินซื้อเสียงหัวละไม่กี่ร้อยบาท เมื่อได้เข้าไปบริหารเงินงบประมาณของท้องถิ่น ซึ่งมาจากภาษีของเราเองแล้วไปถอนทุนคืนทำให้พวกเราได้รับประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นไม่เต็มที่ เช่น ถนน สะพาน  ใช้ได้ไม่นานก็ชำรุดเสียหาย
ดังนั้น พวกเราต้องไปเลือกตั้งด้วยใจบริสุทธิด้วยการไม่รับเงินซื้อเสียงหรือผลประโยชน์อื่นใดจากผู้สมัคร  แต่เลือกผู้แทนที่ดีไปบริหารงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจะดีกว่า
 
  การทุจริตเลือกตั้งส่งผลเสียหายต่อท้องถิ่นอย่างไร
           ท้องถิ่นสูญเสียงบประมาณ  ซึ่งมาจากภาษีของพวกเราในการจัดการเลือกตั้งใหม่
         ผู้แทนที่เลือกเข้าไปจะโกงเงินภาษี  ทำให้ท้องถิ่นไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่
   
ดังนั้น เมื่อพบเห็นการทุจริตเลือกตังไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินสิ่งของ  หรือมีการเลือกรับเงินหรือทรัพย์สิน  ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสหรือรวบรวมหลักฐานการทุจริตแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่  กกต.จังหวัด กกต.ท้องถิ่น หรือแจ้งให้กกต.ส่วนกลาง  สายด่วน 1171 ทราบ
 
 
7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งหรือภายใน 7 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ขอรับแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 31 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้  และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้านโดยยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น
         ด้วยตนเองหรือ
         มอบหมายผู้อื่นหรือ
         ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
 
1
สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
2
สิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3
สิทธิสมัครรับเลือกตังเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
4
สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
5
สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น  ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
6
สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

 
 
ในระหว่างที่มีการเลือกตั้งเรามีส่วนร่วมทางการเมืองได้ เช่น
ติดตามการโฆษณาหาเสียงของผู้สมัครว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
สังเกตการณ์ทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง  เช่น  เปิดหีบบัตรตรงเวลาหรือมีบัตรอยู่ในหีบก่อนเปิดหีบหรือไม่
 เฝ้าติดตามการนับคะแนนว่ากรรมการมีการอ่านคะแนนถูกต้องหรือไม่ ฯลฯ
 
 
แม้การเลือกตังเสร็จสิ้นไปแล้วแต่ท่านยังสามรถตรวจสอบการทำงานของผู้แทนในระดับท้องถิ่นได้ ดังนี้
         มีส่วนร่วมในการบริหาร เช่น การเข้ารับฟังการประชุมของสภาท้องถิ่นหรือติดตามประกาศต่างๆของท้องถิ่น  รวมทั้งให้ความคิดเห็นในการจัดทำโครงการหรือกิจกรรมต่างๆของท้องถิ่น
         มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เช่น ติดตามและตรวจสอบการบริหารงานของผู้บริหารท้องถิ่นหรือการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาท้องถิ่น
         การมีส่วนร่วมทางด้านกฎหมาย เช่น การเข้าชื่อเสนอร่างข้อบัญญัติ หรือแสดงความคิดเห็นเสนอแนะต่อสภาท้องถิ่น
 
 
         สมาชิกสภาท้องถิ่นนับคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งของแต่ละเขตเลือกตั้งรวมกัน ณ สถานที่นับคะแนนแห่งใดแห่งหนึ่งเพียงแห่งเดียว เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภา อบต. ของเขตหมู่บ้าน ก. ให้นับคะแนนรวมกันเพียงแห่งเดียวในเขตหมู่บ้าน ก. หรือการเลือกตั้งเทศบาลตำบล ซึ่งมี 2 เขตการเลือกตั้งก็จะมีสถานที่นับคะแนนเขตเลือกตั้งละ 1 แห่ง เป็นต้น
 
         ผู้บริหารท้องถิ่น นับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้ง ณ สถานที่แห่งเดียวภายในเขตท้องที่เขตอำเภอ หรือเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การเลือกตั้งนายกอบต. นับคะแนน ณ สถานที่แห่งเดียวภายในเขต อบต. การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนับคะแนน ณ สถานที่แห่งเดียวภายในเขตเทศบาลการเลือกตังนายก อบจ.นับคะแนน ณ  สถานที่แห่งเดียวภายในเขตอำเภอนั้น เป็นต้น
 
         การคัดค้านการเลือกตั้ง การคัดค้านการเลือกตั้งสามารถยื่นคำร้อง  ได้ก่อนวันเลือกตั้ง  หรือภายใน  30  วัน นับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง
 
                ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 คนหรือ
                ผู้สมัครหรือ
                ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ
                นายอำเภอในเขตเลือกตั้งนั้น
 
 
กรณีเห็นว่าการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเป็นไปโดยทุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต. โดยผ่านผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งภายใน 90 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งและผู้ร้องคัดค้านเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง  ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
 
 
ประชาชนในท้องถิ่นมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้มีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นได้หากเห็นว่าผู้นั้นไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งอีกต่อไปโดยมี 4 ขั้นตอนดังนี้
 
ขั้นตอนที่ 1  
ทำคำร้องขอให้มีการถอดถอนโดยระบุชื่อ ที่อยู่ ลงลายมือชื่อ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
ขั้นตอนที่ 2  
ยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(เฉพาะ กทม.) โดยมีรายละเอียดของข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่หรือ มีความประพฤติเสื่อมเสียจนเป็นเหตุที่ไม่สมควรดำรงตำแหน่งต่อไป

ขั้นตอนที่ 3  
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับคำร้องแล้ว ให้ส่งคำร้องพร้อมคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาไปยัง กกต. เพื่อทำการประกาศวันและจัดให้มีการลงคะแนนเสียงถอดถอน

ขั้นตอนที่ 4  
ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงไปลงคะแนนเสียงถอดถอน ณ หน่วยลงคะแนนเสียงที่ กกต. กำหนด
การเข้าชื่อร้องขอ 

 
และการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งต่อจำนวนผู้เข้าชื่อ ดังนี้
 
 

 
 

ไม่เกิน 1 แสนคน
เกิน 1 แสน-5 แสนคน
เกิน 5 แสน – 1 ล้านคน
เกิน 1 ล้านคน

ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5
ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน
ไม่น้อยกว่า 2.5 แสนคน
ไม่น้อยกว่า 3 แสนคน

 
 
 
ประชาชนลงคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงและได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียงให้บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันลงคะแนนเสียง

ประชาชนลงคะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงให้การเข้าชื่อถอดถอนบุคคลนั้นเป็นอันตกไป (บุคคลนั้นยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป)
 

 

 
foot
    footer
tower
  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  เลขที่ 120 ม.3 ชั้น 2 อาคารรวมหน่วยราชการ บี
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ 10210
  โทร 0-2141-8888 อีเมล์ dav@ect.go.th
 
 
     
net-com Professional Standard by Net-Com