in-top04
inner-02
เมนู
หน้าหลัก
คณะกรรมการเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง
การออกเสียงประชามติ
การมีส่วนร่วม
การสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย
มติ กกต/คำสั่งศาล
กฏหมาย/ระเบียบ/ข้อหารือ
สื่อประชาสัมพันธ์/แบบฟอร์ม
เมนู

cal-03 cal-04 cal-05
cal-07
เข้าสู่ระบบ
forget password ลืมรหัสผ่าน     register สมัครสมาชิก
calendar
calendar calendar calendar
     
 
enews
 
รับข่าวสาร ยกเลิกรับข่าวสาร
 
     

calendar calendar
calendar
ย้อนกลับ ไป
กลับ พ.ค. 2556 ต่อไป
วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์
       1  2  3  4
  5   6   7   8   9   10   11
  12   13   14   15   16   17   18
  19   20   21   22   23   24   25
  26   27   28   29   30   31  
เลือกวันที่ต้องการดูข่าว
ดูทั้งหมด
 
calendar calendar calendar


ร่วมลงนามถวายพระพร
สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง
กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
ลูกเสืออาสา กกต. เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย
สำนักวินิจฉัยและคดี
สำนักผู้ตรวจการ
แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง
สหกรณ์ออมทรัพย์องค์กรอิสระจำกัด
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
เว็บไซด์รับฟังความคิดเห็นด้านกฎหมายไทย
banner2
การจัดตั้งพรรคการเมือง
pic
ความหมายของพรรคการเมือง
 

     “พรรคการเมือง” หมายความว่า กลุ่มบุคคลที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่สอดคล้องกันมารวมตัวกันเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติ

พรรคการเมืองมีความสำคัญอย่างไรต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย?

    พรรคการเมืองนั้นถือได้ว่ามีบทบาทและความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากว่าพรรคการเมืองคือสถาบันหลักที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่าง "ภาครัฐ" กับ "ภาคประชาชน" โดยที่พรรคการเมืองจะนำเอาปัญหาหรือความต้องการของประชาชนมาแปลงเป็นนโยบายของพรรค เพื่อนำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติเมื่อได้รับเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร

 
องค์ประกอบของพรรคการเมือง
 
  • คณะบุคคลซึ่งมีความคิดเห็นหรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่สอดคล้องมารวมตัวกัน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกัน
  • มีการจดแจ้งจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองถูกต้อง และมีการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ให้เป็นไปตามนโยบายและข้อบังคับของพรรคการเมือง
  • มีเป้าหมายที่สำคัญในการสรรหาและคัดเลือกสมาชิกของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประชาชนในการใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและอำนาจฝ่ายบริหาร
 
การจดทะเบียนพรรคการเมือง
 
การจดทะเบียนพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550
 
1

ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (มาตรา 8)

  1. มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด หรือมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
  3. ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ


2

ต้องจัดให้มีการประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองก่อนยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง ดังนี้

  1. ต้องมีผู้จัดตั้งพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 15 คน (มาตรา 8)
  2. กิจกรรมที่ต้องดำเนินการในที่ประชุมอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    • การกำหนดนโยบายพรรคการเมือง
    • การกำหนดข้อบังคับพรรคการเมือง
    • การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง
  3. คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองประกอบด้วย
    • หัวหน้าพรรคการเมือง
    • รองหัวหน้าพรรคการเมือง
    • เลขาธิการพรรคการเมือง
    • รองเลขาธิการพรรคการเมือง
    • เหรัญญิกพรรคการเมือง
    • นายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง
    • โฆษกพรรคการเมือง
    • กรรมการบริหารอื่น

ซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิกผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 102 (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (13) และ (14) ของรัฐธรรมนูญ

 

3

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง พร้อมเอกสารประกอบ ดังนี้ (มาตรา 12)

   3.1 นโยบายพรรคการเมือง
   3.2 ข้อบังคับพรรคการเมือง
   3.3 บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของพรรคการเมือง
   3.4 หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นที่ทำการพรรคการเมือง ซึ่งต้องอยู่ในราชอาณาจักร
   3.5 สำเนารายงานการประชุมตั้งพรรคการเมือง

   การยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
   (1) ชื่อและชื่อย่อของพรรคการเมือง
   (2) ภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง
   (3) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรคการเมือง
   (4) ชื่อ อาชีพ ที่อยู่ และลายมือชื่อของผู้จดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง
   (5) ชื่อ อาชีพ ที่อยู่ และลายมือชื่อของกรรมการบริหารพรรคการเมือง


4

เมื่อได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องพิจารณาตรวจสอบ ในเรื่องดังต่อไปนี้

  • ผู้จดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน
  • ชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง นโยบายและข้อบังคับพรรคการเมืองมีลักษณะและความมุ่งหมายที่ไม่ขัดต่อมาตรา 9
  • เอกสารการจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองมีรายการครบถ้วนและถูกต้อง
  • คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 11

          ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจสอบแล้วเห็นว่าการยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองถูกต้องและครบถ้วน ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ


      ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีรายการใดไม่เป็นไปตามวรรคหนึ่งให้นายทะเบียน
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และ
แจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายในสามสิบวันนับแต่
วันที่นายทะเบียนได้รับการยื่นจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง
         

5
การสั่งการของนายทะเบียนพรรคการเมือง

   5.1 ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง และครบถ้วนจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมือง ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง และประกาศการจัดตั้งพรรคการเมืองในราชกิจจานุเบกษา และให้พรรคการเมืองที่นายทะเบียนรับจดแจ้ง การจัดตั้งแล้วเป็นนิติบุคคล (มาตรา 14 วรรคสอง มาตรา 18 และมาตรา 19)

   5.2 ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าคุณสมบัติหรือ จำนวนของผู้จัดตั้งพรรคการเมือง หรือนโยบายพรรค และข้อบังคับพรรค หรือคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือชื่อพรรคการเมือง หรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด นายทะเบียน พรรคการเมืองจะสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้ง เหตุผลให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง (มาตรา 14 วรรคสาม)

   5.3 ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า เอกสารการขอจัดตั้งพรรคการเมือง มีรายการไม่ครบถ้วน หรือมีข้อความไม่ชัดเจน หรือบกพร่อง จะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งทราบภายใน 7 วัน เพื่อดำเนินการแก้ไข หากผู้ขอจัดตั้ง พรรคการเมือง แก้ไขเอกสารให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาก็จะรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง ถ้าผู้ขอจัดตั้ง พรรคการเมืองไม่ดำเนินการแก้ไขหรือแก้ไขแล้วแต่ยังไม่ถูกต้อง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน 7 วัน (มาตรา 15)

   5.4 ในกรณีที่มีผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งมีชื่อพรรคการเมือง หรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง ซ้ำหรือพ้องหรือมีลักษณะ คล้ายคลึงกัน และยื่นคำขอ จัดตั้งพรรคการเมืองในวันเดียวกัน นายทะเบียนพรรคการเมืองจะสั่งให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมือง ทำความตกลงกันว่าผู้ใด จะเป็นผู้มีสิทธิใช้ชื่อ พรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้น เมื่อได้ตกลงกันประการใดแล้ว นายทะเบียนพรรคการเมือง จะรับจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคการเมืองตามที่ได้ตกลงกัน (มาตรา 16 วรรคหนึ่ง) (1)

   5.5 ในกรณีผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องยืนยันไม่ยอมตกลงกันหรือยังตกลงกันไม่ได้ นายทะเบียนพรรคการเมือง จะพิจารณา รับจดแจ้ง การจัดตั้งพรรคการเมือง จากผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่เห็นว่า มีสิทธิที่จะใช้ชื่อพรรคการเมือง หรือภาพเครื่องหมาย พรรคการเมืองนั้นดีกว่า โดยพิจารณา ดังนี้ (มาตรา 16 วรรคหนึ่ง) (2)

6
การโต้แย้งคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง

   ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ไม่รับจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคการเมืองของนายทะเบียนพรรคการเมือง มีสิทธิยื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับ หนังสือแจ้งคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (มาตรา 17)
 
คุณสมบัติของสมาชิกพรรคการเมือง
 
    ผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด หรือมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ซึ่งได้สัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5ปี
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์
  3. ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
    • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
    • อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
    • ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
    • วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  4. มิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นอยู่ในขณะเดียวกัน

     ในกรณีที่พรรคการเมืองใดแอบอ้างว่าผู้ใดสมัครเป็นสมาชิกพรรคโดยที่ผู้นั้นไม่รู้เห็นหรือไม่สมัครใจ ผู้ที่ถูกแอบอ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ถูกแอบอ้างอาจแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาลบชื่อผู้นั้นออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น โดยถือว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น

     ความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจะสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ตาย
  2. ลาออก (การลาออกจะสมบรูณ์เมื่อได้ยื่นใบลาออกต่อนายทะเบียนสมาชิกของพรรคการเมืองนั้นๆ)
  3. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 19 พรป.พรรคการเมือง (เรื่อง คุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง)
  4. พรรคการเมืองมีมติให้ออกตามข้อบังคับพรรคการเมือง เพราะกระทำผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายแรงอื่น
  5. พรรคการเมืองที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง เลิก หรือ ยุบไป
  6. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองในขณะเดียวกันเกินกว่าหนึ่งพรรคการเมือง
  7. กระทำการอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง
 
การจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง
 
    

การจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองถือได้ว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้การดำเนินกิจการบางประเภทจะต้องกระทำโดยที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง ดังนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงนโยบายและข้อบังคับของพรรคการเมือง
  2. การเลือกตั้งหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษหกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค
  3. การเลือกตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง คณะกรรมการนโยบายพรรคการเมือง และคณะกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรคการเมือง
  4. รายงานการดำเนินกิจการของพรคการเมืองที่ได้ดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา
  5. แผนการดำเนินการสำหรับปีต่อไป โดยเฉพาะการหารายได้ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง และการพัฒนาบุคลากรทางการเมือง
  6. การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและการรับรองงบการเงินประจำปีของพรรคการเมือง
  7. กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ประธานสาขาพรรคการเมือง ไม่น้อยกว่า4 สาขา หรือตัวแทนสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน
  8. กิจการอื่นตามที่กำหนดในประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  9. กิจการอืื่นตามที่กำหนดในข้องบังคับพรรคการเมือง
 
การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
 
     หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง มีหน้าที่ในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ พร้อมสำเนาหลักฐานพิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินในวันที่เข้ารับตำแหน่ง วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือถูกยุบ หรือวันที่พ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณีให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เข้ารับตำแหน่ง วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ หรือถูกยุบ หรือพ้นจากตำแหน่ง
 
การบริจาคแก่พรรคการเมือง
 

เมื่อมีการบริจาคแก่พรรคการเมือง พรรคการเมืองจะต้องดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้พรรคการเมืองออกหลักฐาน
    พรรคการเมืองต้องออกหลักฐานการรับบริจาคให้แก่ผู้บริจาคตามแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
  2. จัดทำบันทึการรับริจาค
    พรรคการเมืองจะต้องทำบันทึกการรับริจาคไว้เป็นหลักฐาน และจัดส่งบันทึกการรับบริจาคของพรรคการเมือง พร้อมเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้เข้าบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคการเมือง

    "ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลบริจาคให้แก่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี"
  3. ผู้บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษี
    ผู้บริจาคเงินแก่พรรคการเมืองมีสิทธินำจำนวนเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้
         - กรณีบุคคลธรรมดา ไม่เกินปีละ 5,000 บาท
         - กรณีนิติบุคคล ไม่เกินปีละ 20,000 บาท

    การบริจาคแก่พรรคการเมือง ตั้งแต่
    - 1,000 บาทขึ้นไป ให้เปิดเผยชื่อผู้บริจาค
    - 5,000 บาทขึ้นไป เปิดเผยชื่อผู้บริจาคต่อสาธารณชน
    - 20,000 บาทขึ้นไป ต้องบริจาคโดยวิธีการสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงินหรือเช็คขีดคร่อม
    - 5,000,000 บาทขึ้นไป ต้องได้รับอนุมัติหรือสัตยาบันโดยมติืที่ประชุมผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลหรือสมาชิกของนิติบุคคลนั้น
 
การบริจาคเงินภาษีในแก่พรรคการเมืองผ่านแบบ ภงด. 90,91
 

หลักเกณฑ์การบริจาค

  1. ผู้บริจาคต้องเป็นบุคคลธรรมดา มัสัญชาติไทย
  2. ผู้บริจาคต้องมีเงินภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป
  3. กำหนดการยื่นแบบเริ่มในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. ของทุกปี
  4. สถานที่ยื่นแบบตามที่กรมสรรพากรกำหนด

ขั้นตอนการบริจาค

  1. ยื่นแสดงความประสงค์ บริจาค หรือไม่บริจาคในช่องที่กำหนดไว้ในแบบ ภ.ง.ด. 90,91
  2. ใส่รหัสพรรคการเมืองที่ประสงค์จะบริจาค
  3. กรมสรรพากรจัดทำรายชื่อพรรคการเมืองที่ได้รับบริจาคเงินภาษีพร้อมจำนวนเงินภาษีที่ได้รับบริจาคส่งให้นายทะเบียนพรรคการเมือง และโอนเงินดังกล่าวให้แก่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
  4. กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองโอนเงินให้พรรคการเมืองที่ได้รับบริจาคเงินภาษีตามจำนวนที่ได้รับจากกรมสรรพากร
  5. พรรคการเมืองใด สิ้นสภาพ เลิก ยุบ ก่อนที่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจะโอนเงินให้แก่พรรคการเมืองนั้น ให้กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองดำเนินการโอนเงินภาษีที่ได้รับบริจาคให้แก่พรคการเมืองนั้นกลับคืนเป็นรายได้แผ่นดิน

    "...กฏหมายกำหนดให้รัฐต้องจัดสรรเงินสนับสนุนสมทบแก่พรรคการเมืองที่ได้รับบริจาคจากแบบ ภ.ง.ด. 90,91 อีกร้อยละ 5 ของจำนวนเงินบริจาคทั้งหมดที่ได้รับจากการแสดงเจตนารวมกัน..."
 
การสนับสนุนพรรคการเมืองโดยรัฐ
 
         

     รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองขึ้น เพื่อให้การสนับสนุนพรรคการเมือง และดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาพรรคการเมือง โดยมีชื่อเรียกว่า "กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง"

กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

     คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีการแต่งตังคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ในการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมือง ควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงิน รวมถึงการพัฒนาพรรคการเมือง เรียกว่า "คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง"

     กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจัดตั้งขึ้นมาโดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่มั่นคง แข็งแรง โดยให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และดูแล กำกับ ตรวจสอบการดำเนินการของพรรคการเมือง

 
วิธีการจัดสรรเงินของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
 
    

 

การจัดสรรเงินกองทุนฯ ให้แก่พรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองที่มีสิทธิจะต้องจัดทำแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินประจำปียื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยการจัดสรรเงินสนับสนุนจะจัดสรรตามหลักเกณฑ์ 4 ข้อ ดังนี้

  1. จัดสรรตามจำนวนคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนที่ได้รับจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุด ร้อยละ 40
  2. จัดสรรตามจำนวนคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ได้รับจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุด ร้อยละ 40
  3. จัดสรรตามจำนวนสาขาพรรคการเมือง ร้อยละ 10
  4. จัดสรรตามจำนวนสมาชิกซึ่งชำระค่าบำรุงรายปี ร้อยละ 10
 
รายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมือง
 
    

พรรคการเมืองที่ได้รับเงินสนับสนุนต้องใช้จ่ายเงินสนับสนุนให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และจะต้องจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองในรอบปีปฎิทินยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

     ถ้าหากพรรคการเมืองใดไม่จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องดำเนินการเพื่อให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้น

 
การสิ้นสภาพ การเลิก และการยุบพรรคการเมือง
 

การสิ้นสภาพพรรคการเมือง

  1. ไม่สามารถหาสมาชิก 5,000 คน และจัดตั้งสาขาภาคละ 1 สาขา ภายใน 1 ปี นับแต่วันจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง
  2. ไม่ส่งผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไป 2 ครั้งติดต่อกัน หรือเป็นเวลา 8 ปีติดต่อกัน (สุดแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่ากัน)
  3. มีสมาชิกพรรคเหลือไม่ถึง 5,000 คน เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี
  4. ไม่มีประชุมใหญ่พรรค หรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดทางการเมืองติดต่อกัน 1 ปี

การเลิกพรรคการเมือง

  1. มีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมือง
  2. มีการควบรวมพรรคการเมือง

    "...เมื่อปรากฎต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าพรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่กล่าวมานั้น ให้นายทะเบียนฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าเห็นว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ให้นายทะเบียนฯ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งเลิกพรรคการเมืองนั้น..."

การยุบพรรคการเมือง

     การกระทำที่อาจเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมือง เช่น

  • กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
  • กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
  • กระทำการอันเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • กระทำการอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร หรือขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
  • รับบุคคลต่างด้าวเป็นสมาชิก, ช่วยเหลือผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้ได้รับการสรรหาให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา, รับบริจาคจากแหล่งที่มาโดยมิชอบ หรือ รับบริจาคเพื่อบ่อนทำลายประเทศ หรือรับบริจาคจากบุคคลต้องห้าม, กระทำการกลั่นแกล้งพรรคการเมืองอื่น
  • ไม่รายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง หรือใช้จ่ายเงินสนับสนุนจากกองทุนไม่ถูกต้อง หรือไม่รายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุน
 
back to top
 
foot
    footer
tower
  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  เลขที่ 120 ม.3 ชั้น 2 อาคารรวมหน่วยราชการ บี
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ 10210
  โทร 0-2141-8888 อีเมล์ dav@ect.go.th
 
 
     
net-com Professional Standard by Net-Com