หลักการและเหตุผล
การเลือกตั้งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจาก เป็นกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งผู้บริหารประเทศ และผู้แทนประชาชนเพื่อทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล รวมถึงการออกกฎหมายและนำเสนอปัญหาของประชาชนให้ฝ่ายบริหารรับทราบเพื่อนำไปแก้ไข อันเป็นการสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน
คณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินภารกิจที่สำคัญในการควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งการออกเสียงประชามติตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ในขณะเดียวกัน ก็จะต้องดำเนินการบริหารการจัดการการเลือกตั้งให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลด้วย เพื่อผลในการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ในกระบวนการจัดการการเลือกตั้งจะประกอบด้วยกระบวนการย่อยต่างๆ เช่น กระบวนการแสดงตนของผู้มีสิทธิลงคะแนน กระบวนการลงคะแนน กระบวนการนับคะแนน กระบวนการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง เป็นต้น ในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ จะเห็นว่า กระบวนการลงคะแนนมีความสัมพันธ์กับกระบวนการนับคะแนน อีกทั้งยังเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับความสุจริตและความโปร่งใสในการลงคะแนนและนับคะแนนนั่นเอง ปัญหาที่มีความสำคัญประการหนึ่งในกระบวนการนับคะแนน คือ ปริมาณบัตรเสียที่มีจำนวนมาก และก่อให้เกิดเป็นข้อถกเถียงถึงมาตรฐานในการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งว่าแบบใดจัดว่าเป็นบัตรเสีย แบบใดไม่จัดว่าเป็นบัตรเสีย เนื่องจากการวินิจฉัยบัตรเสียนั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และบางครั้งก็ส่งผลกระทบถึงการประกาศผลการเลือกตั้งในบางเขตอีกด้วย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้มีนโยบายที่จะปรับปรุงกระบวนการบริหารและจัดการการเลือกตั้ง รวมทั้งการออกเสียงประชามติเพื่อให้เกิดความสะดวกกับประชาชน ตลอดจนลดขั้นตอนในการเตรียมการเลือกตั้งและประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาความเหมาะสมในการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งในประเทศไทย โดยศึกษาจากประเทศอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จในการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปใช้ในกระบวนการเลือกตั้ง รวมทั้งการเดินทางไปดูงานในต่างประเทศทั้งประเทศในแถบยุโรปและเอเชีย อาทิ
- การใช้เครื่องนับคะแนนบัตรเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศอังกฤษ ฮ่องกง และบางประเทศในทวีปแอฟริกาที่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษ
- การใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐอินเดียและประเทศบราซิล
- ระบบการเลือกตั้งแบบ Online ของประเทศในแถบสแกนดิเนเวียและสหรัฐอเมริกา
- การใช้ระบบคอมพิวเตอร์จอสัมผัส (Touch Screen) ของประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และบางประเทศในทวีปยุโรป
ความเป็นมาของเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เล็งเห็นถึงความจำเป็น ในการที่จะนำเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งของประเทศไทย จึงเห็นควรที่จะศึกษาการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งของประเทศไทย เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาความยุ่งยาก และปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงได้เชิญหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้อง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมทั้ง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ในการนำเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งทุกระดับในประเทศ และในเวลาต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อร่างข้อกำหนดรายละเอียดและคุณสมบัติเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีปรัชญาและแนวคิดที่จะให้เครื่องลงคะแนนเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตและสร้างสรรค์โดยคนไทย เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมไม่ให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ
ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความร่วมมือจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยงานควบคุมการบินแห่งชาติ และมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ผ่านมาบุคลากรของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สามารถผลิตอุปกรณ์เพื่อใช้งานในการปฏิบัติงานควบคุมจราจรทางอากาศ ที่ต้องอาศัยความแม่นยำ ถูกต้อง และรวดเร็ว ทำให้มีศักยภาพรองรับการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เป็นอย่างดี
พัฒนาการเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง
บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการเลือกตั้งทุกระดับทั่วประเทศ โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกันขึ้น เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2545 ซึ่งถือเป็นบันทึกข้อตกลงฉบับหลักของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งสองฝ่าย โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การร่วมวิจัยพัฒนา และผลิตเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งให้เหมาะสมกับการเลือกตั้งในประเทศไทย พร้อมทั้งร่วมดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์ รณรงค์และเผยแพร่สู่ประชาชน
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 1 (TVM-A1)
คณะทำงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ออกแบบเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 1 โดยมีคุณลักษณะเด่น คือ
- สามารถรองรับการลงคะแนนแบบหนึ่งคนหนึ่งเบอร์ (One Man One Vote)
- ให้เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งมีความคล้ายคลึงกับบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเพื่อให้ประชาชนเกิดความคุ้นเคยและยอมรับได้ง่าย โดยแบ่งเป็น
- เครื่องรวมคะแนน แทน หีบบัตรเลือกตั้ง จำนวน 1 เครื่อง
- เครื่องลงคะแนน แทน บัตรเลือกตั้ง จำนวน 4 เครื่อง (สำหรับ 4 คูหา)
- หากต้องการงดออกเสียง สามารถกดปุ่ม ไม่ประสงค์ลงคะแนน
- มีอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา
- มีปุ่มอนุญาตการลงคะแนน โดยผู้มาใช้สิทธิจะสามารถลงคะแนนได้ต่อเมื่อได้รับการตรวจสอบสิทธิ และได้รับการอนุญาตจากกรรมการโดยการกดปุ่มอนุญาตลงคะแนน
- แบตเตอร์รี่สามารถรองรับการทำงานได้ 12 ชม
- เมื่อการลงคะแนนเสร็จสิ้นสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ทันที
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 2 (TVM-A2)
จากผลการทดสอบการใช้งานเครื่องต้นแบบ รุ่นที่ 1 ในห้องทดลอง และผลจากการสาธิตและประชาสัมพันธ์ คณะทำงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้รับข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน ในเรื่องความไม่เหมาะสมในการกดปุ่มอนุญาตการลงคะแนนซึ่งทำให้เกิดความสับสนกับกรรมการผู้ควบคุมสำหรับการเลือกตั้งที่ยาวนาน คณะทำงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จึงได้ออกแบบปรับปรุงจากรุ่นแรก โดยมีคุณลักษณะเด่นเพิ่มเติมคือ
- เปลี่ยนระบบการกดปุ่มอนุญาตการลงคะแนนเป็นระบบการหน่วงเวลาอัตโนมัติเพื่ออนุญาตการลงคะแนน (Time Delay)
- มีระบบเสียงพูดแนะนำการลงคะแนนสำหรับผู้มาใช้สิทธิในทุกขั้นตอน
- มีเครื่องพิมพ์บันทึกคะแนนเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในกรณีที่มีข้อสงสัย
บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ส่งมอบเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง
ต้นแบบรุ่นที่ 2 นี้ ให้กับ กกต. เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2546 และได้ร่วมกับ กกต.
ในการประชาสัมพันธ์เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งผ่านสื่อต่างๆ อาทิ รายการเลือกตั้ง
พลังประชาชนทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง11, รายการครอบจักรวาล ทาง ททบ. 5,
การสัมภาษณ์สดผ่านรายการสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ และรัฐสภาเป็นต้น
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 3 (TVM-A3)
ภายหลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลในการนำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรุ่นที่ 2 ออกจัดสาธิต
และประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนทั่วไป คณะทำงานจึงได้พัฒนาเครื่องลงคะแนน
เลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 3 เพื่อให้สามารถรองรับการเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและในระดับ
ท้องถิ่น กล่าวคือ สามารถรองรับการเลือกตั้ง ทั้งประเภท หนึ่งคนหนึ่งเบอร์ (First past
the post) และ แบบหนึ่งคนหลายเบอร์ (Block Votes) ได้ในคราวเดียวกัน โดยได้
ผลิตเครื่องต้นแบบรุ่นที่ 3 จำนวน 100 ชุด เพื่อนำออกสาธิตและเผยแพร่ให้กับ
ประชาชนทั่วประเทศโดยมีคุณลักษณะพิเศษเพิ่มขึ้นดังนี้
- รองรับการลงคะแนนได้ถึง 2 ประเภทพร้อม ๆ กันสำหรับการเลือกตั้งใน
แต่ละครั้ง เช่น การเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต และการเลือกตั้ง สส. แบบ
บัญชีรายชื่อ
- กำหนดรูปแบบการลงคะแนนได้ทั้ง แบบหนึ่งคนหนึ่งเบอร์ (First past the
post) และแบบหนึ่งคนหลายเบอร์ (Multiple Votes)
- มีนาฬิกาบอกเวลาการลงคะแนน
- สามารถรายงานผลการลงคะแนนได้ทันทีทั้ง 2 ประเภท เมื่อปิดการเลือกตั้ง
- สามารถทดสอบการลงคะแนนก่อนการเปิดคูหา
- มีเครื่องพิมพ์เก็บคะแนนเพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน ในกรณีที่มีข้อข้องใจ
เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 4 (TVM-A4)
จากผลการสาธิตและประชาสัมพันธ์เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรุ่นที่ 3 ทำให้ได้รับข้อเสนอแนะในการพัฒนาเครื่องลงคะแนนรุ่นที่ 4 โดยมีคุณลักษณะพิเศษเพิ่มเติมดังนี้
- เจ้าหน้าที่จะต้องกดปุ่มอนุญาตก่อน เครื่องลงคะแนนจึงจะสามารถทำงานได้
- สามารถรองรับผู้สมัครได้ 30 หมายเลข จากเดิมมีเพียง 20 หมายเลข ทำให้สามารถใช้กับการเลือกตั้งได้หลากหลายยิ่งขึ้น
- ปุ่มกดหมายเลขมีขนาดใหญ่ขึ้นและแสงไฟในหมายเลขที่เลือกมีความสว่างและชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้มาใช้สิทธิสามารถกดปุ่มหมายเลขได้สะดวกและเห็นหมายเลขที่เลือกแล้วได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- สามารถเลือกได้เฉพาะหมายเลขที่มีผู้สมัครเท่านั้น
- เครื่องลงคะแนนจะมีใบบันทึหมายเลข (Slip) ออกจากตัวเครื่องลงคะแนน เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้กดเลือกหมายเลขที่ต้องการและกดปุ่มยืนยันแล้ว โดยใบบันทึกหมายเลขจะทำให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเกิดความมั่นใจว่าตนกดหมายเลขใด เครื่องได้บันทึกหมายเลขนั้นจริง
- มีปุ่มยกเลิก ใช้สำหรับยกเลิกหมายเลขที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เลือกไปแล้วและต้องการเปลี่ยนแปลงหมายเลขที่เลือก โดยทำการกดปุ่มยกเลิก ซึ่งจะยกเลิกหมายเลขที่เลือกทั้งหมด แล้วเลือกหมายเลขที่ต้องการใหม่ ทั้งนี้ การยกเลิกต้องทำก่อนยืนยันการลงคะแนน หากยืนยันการลงคะแนนไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรใด ๆ ได้อีก
- ไฟแสดงสถานะคูหามีขนาดใหญ่ขึ้นและสว่างมากขึ้น สามารถมองเห็นได้ทั้งภายในและภายนอกคูหา ทำให้กรรมการประจำหน่วยและผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมองเห็นสัญญาณไฟได้พร้อม ๆ กัน ซึ่งจากเดิมสัญญาณไฟจะมีขนาดเล็กและมองเห็นได้เฉพาะกรรมการประจำหน่วย ทำให้ผู้ใช้สิทธิเกิดความไม่มั่นใจว่าการลงคะแนนของตนเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ เนื่องจากไฟแสดงสถานะคูหาจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าการลงคะแนนนั้นสมบูรณ์หรือไม่ หากสมบูรณ์ไฟแสดงสถานะคูหาจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสลับสีเขียว
- กล่องเก็บอุปกรณ์ของเครื่องลงคะแนน มีน้ำนักเบาขึ้น และมีคูหาในตัวสามารถวางแล้วกางเป็นคูหาได้เลย เมื่อสิ้นสุดการลงคะแนนสามารถพับคูหาเก็บไว้ในกล่อง กล่องนี้จะมีหูหิ้วในตัวทำให้ง่ายและสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
- กล่องเก็บอุปกรณ์เครื่องรวมคะแนนจะมีขนาดเล็กลง น้ำนักเบาลง และมีปุ่มสำหรับอนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าคูหาได้เมื่อคูหาใดพร้อม ซึ่งจากเดิมจะใช้การหน่วงเวลาประมาณ 8-12 วินาที ทำให้ในกรณีที่มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมากต้องรอแถวนาน
การรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์
การศึกษาวิจัยตามโครงการศึกษาปัญหาและพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเลือกตั้งได้ทดลองใช้เครื่องลงคะแนนกับประชาชนในท้องถิ่นในสภาพการลงคะแนนและการนับคะแนนเสมือนจริง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนในท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกันใน 3 พื้นที่ คือ พื้นที่ภาคใต้สุดของประเทศ ที่จังหวัดสตูล ซึ่งประชาชนพูดภาษามาลายูท้องถิ่น (ยาวี) ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดน่าน ซึ่งประชาชนเป็นชาวเขาเผ่าลัวะ อ่านและเขียนภาษาไทยได้เพียงเล็กน้อย และในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งประชาชนเป็นชาวส่วยและเขมร พูดภาษาส่วยและเขมร รวมทั้งได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น ได้แก่ สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ภาคเอกชน และกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดด้วย
เนื่องจากระบบการเลือกตั้งของท้องถิ่นมีสาระสำคัญ กล่าวคือ การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น ผู้มีสิทธิลงคะแนนได้ 1 เสียง ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกัน ซึ่งจำแนกได้ 3 ระบบ คือ
- ระบบที่เลือกสมาชิกได้ 1 คน ได้แก่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
- ระบบที่เลือกสมาชิกได้ 2 คน ได้แก่ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ยกเว้นกรณี องค์การบริหารส่วนตำบลที่มี 2 หมู่บ้าน จะเลือกสมาชิกได้ หมู่ละ 3 คน และกรณีองค์การบริหารส่วนตำบลที่มี 1 หมู่บ้าน จะเลือกสมาชิกได้ 6 คน
- ระบบที่เลือกสมาชิกได้ 6 คน ได้แก่ สมาชิกสภาเทศบาล และสมาชิกสภาเมืองพัทยา
ดังนั้น แม้ว่าการศึกษาครั้งนี้จะเก็บข้อมูลเพียง 3 จังหวัด แต่ได้กำหนดวิธีการเก็บ
ข้อมูลให้ครอบคลุมระบบการลงคะแนนเสียงท้องถิ่น คือ เก็บข้อมูลในพื้นที่ เทศบาล และ องค์การบริหารส่วนตำบล โดยกำหนดเก็บข้อมูลแห่งละ 200 คน
ความคิดเห็นที่มีต่อเครื่องลงคะแนน
- ระยะเวลาที่ใช้ในการลงคะแนน โดยใช้เครื่องลงคะแนนเปรียบเทียบกับการลงคะแนนโดยใช้บัตรเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าใช้เครื่องลงคะแนนเร็วกว่าการใช้บัตรเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ 98.3
- ความสะดวกในการลงคะแนนโดยใช้เครื่องลงคะแนนเปรียบเทียบกับการลงคะแนนโดยใช้บัตรเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าใช้เครื่องลงคะแนนสะดวกกว่าการใช้บัตรเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ 98.7
- การรับทราบข่าวการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ รับทราบข่าวในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 40.8
- ความเห็นเกี่ยวกับรูปร่างของเครื่อง มีความเหมาะสม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าเหมาะสมมาก คิดเป็นร้อยละ 56.7
- ความเห็นเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในการใช้เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งว่ามีความถูกต้องเที่ยงตรง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นว่า มีความถูกต้องเที่ยงตรง ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 65.7
- ความเห็นเกี่ยวกับการลงคะแนนด้วยเครื่องลงคะแนนจะช่วยประหยัดเวลาและช่วยลดขั้นตอน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เห็นว่า จะช่วยประหยัดเวลาและช่วยลดขั้นตอนในระดับ มาก คิดเป็นร้อยละ 86.6
- ความเหมาะสมที่จะนำเครื่องลงคะแนนมาใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เห็นว่า เหมาะสมที่จะนำเครื่องลงคะแนนมาใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 82.2
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มอบเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบให้ใช้ในการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนนำมาใช้จริง ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งมีผู้ร่วมทดลองใช้แล้วกว่าล้านคน
ผลการปฏิบัติงานการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งส่วนกลางเฉพาะในปีงบประมาณ 2553 (ต.ค. 52 - ก.ย. 53) มีการดำเนินการ ดังนี้
- ส่วนกลาง จำนวน 36 ครั้ง ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 36,360 คน
- สนง.กกต.จว. จำนวน 979 ครั้ง ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 517,423 คน
กิจกรรมประชาสัมพันธ์การใช้เครื่องลงคะแนน
เอกสารเผยแพร่
ข้อมูลโดย สำนักวิจัยและพัฒนาการเลือกตั้ง (สวล.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
|