การจดทะเบียนพรรคการเมือง
การจดทะเบียนพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๑ ๑. ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (มาตรา ๘) ๑.๑ มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด ๑.๒ มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ ๑.๓ ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ (๑) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๒) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๓) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (๔) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๒. ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองต้องจัดให้มีการประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองก่อนยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง ดังนี้ ๒.๑ ต้องมีผู้จัดตั้งพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๑๕ คน (มาตรา ๘) ๒.๒ กิจกรรมที่ต้องดำเนินการในที่ประชุมอย่างน้อยต้องประกอบด้วย การกำหนดนโยบายพรรคการเมือง การกำหนดข้อบังคับพรรคการเมือง และการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง (มาตรา ๙) ๓. ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง พร้อมเอกสารประกอบดังนี้ (มาตรา ๑๓) ๓.๑ นโยบายพรรคการเมือง ๓.๒ ข้อบังคับพรรคการเมือง ๓.๓ บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของพรรคการเมือง ๓.๔ รายงานการประชุมจัดตั้งพรรคการเมือง ๔. เมื่อได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบ ในเรื่องดังต่อไปนี้ ๔.๑ ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ และมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน โดยดำเนินการดังนี้ (๑) มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ผู้เข้าร่วมประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองมีภูมิลำเนาอยู่ ตรวจสอบว่าได้มีการประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นไปตามที่แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือไม่ (๒) ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองตรวจสอบความมีตัวตนของบุคคลผู้จัดตั้งพรรคการเมืองว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือไม่ และมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ หรือไม่ (๓) ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจสันติบาล เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของคณะผู้จัดตั้งพรรคการเมือง ประวัติ และพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรือไม่ ๔.๒ นโยบายและข้อบังคับพรรคการเมืองทีลักษณะไม่ขัดกับมาตรา ๑๐ (กล่าวคือ ต้องไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ๔.๓ เอกสารการขอจัดตั้งพรรคการเมืองมีรายการครบถ้วนตามมาตรา ๑๑ และ มาตรา ๑๓ (กล่าวคือ คำขอเป็นไปตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด และข้อบังคับพรรคมีรายการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด) ๔.๔ คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีคุณสมบีติตามมาตรา ๑๒ (กล่าวคือ อายุยี่สิบปีบริบูรณ์ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด และไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ) ๔.๕ ชื่อพรรคการเมืองและภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองไม่ซ้ำหรือพ้องหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองของผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นที่ได้ยื่นคำขอไว้ตามมาตรา ๑๓ หรือของพรรคการเมืองอื่นที่นายทะเบียนได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองไว้ก่อนแล้ว ๕. การสั่งการของนายทะเบียนพรรคการเมือง ๕.๑ ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วนจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมืองและประกาศการจัดตั้งพรรคการเมืองในราชกิจจานุเบกษา และให้พรรคการเมืองที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งแล้วเป็นนิติบุคคล (มาตรา ๑๔ วรรคสอง มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙) ๕.๒ ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าคุณสมบัติหรือ จำนวนของผู้จัดตั้งพรรคการเมือง หรือนโยบายพรรคและข้อบังคับพรรค หรือคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด นายทะเบียนพรรคการเมืองจะสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง (มาตรา ๑๔ วรรคสาม) ๕.๓ ในกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าเอกสารการขอจัดตั้งพรรคการเมืองมีรายการไม่ครบถ้วนหรือมีข้อความไม่ชัดเจนหรือบกพร่อง จะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งทราบภายใน ๗ วัน เพื่อดำเนินการแก้ไข หากผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาก็จะรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง ถ้าผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองไม่ดำเนินการแก้ไขหรือแก้ไขแล้วแต่ยังไม่ถูกต้อง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน ๗ วัน (มาตรา ๑๕) ๕.๔ ในกรณีที่มีผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งมีชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองซ้ำหรือพ้องหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกันและยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมืองในวันเดียวกัน นายทะเบียนพรรคการเมืองจะสั่งให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทำความตกลงกันว่าผู้ใดจะเป็นผู้มีสิทธิใช้ชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้น เมื่อได้ตกลงกันประการใดแล้ว นายทะเบียนพรรคการเมืองจะรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองตามที่ได้ตกลงกัน (มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง) (๑) ๕.๕ ในกรณีผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องยืนยันไม่ยอมตกลงกันหรือยังตกลงกันไม่ได้ นายทะเบียนพรรคการเมืองจะพิจารณารับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองจากผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่เห็นว่ามีสิทธิที่จะใช้ชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้นดีกว่า โดยพิจารณา ดังนี้ (มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง) (๒) (๑) ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองคณะใดมีจำนวนผู้จัดตั้งพรรคการเมือง ซึ่งเคยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุดในนามของพรรคการเมืองตามหลักฐานในสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยใช้ชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้นมากกว่า ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองคณะนั้นย่อมมีสิทธิดีกว่า (๒) ในกรณีที่จำนวนผู้จัดตั้งพรรคการเมืองตาม (๑) มีจำนวนเท่ากัน ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองคณะใดมีจำนวนผู้จัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งเคยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุดในนามของพรรคการเมืองตามหลักฐาน ใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยใช้ชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้นมากกว่า ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองคณะนั้นย่อมมีสิทธิดีกว่า (๓) ในกรณีที่จำนวนผู้จัดตั้งพรรคการเมืองตาม (๒) มีจำนวนเท่ากันให้นายทะเบียนดำเนินการจับสลากโดยเปิดเผยเพื่อให้ได้ผู้มีสิทธิใช้ชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้น ๕.๖ ในกรณีที่ชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้นเป็นชื่อหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อนและตกลงกันไม่ได้ ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการจับสลากโดยเปิดเผยเพื่อให้ได้ผู้มีสิทธิใช้ชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองนั้น (มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง) (๓) ๕.๗ ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองแจ้งการรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองตามข้อ ๕.๕ และข้อ ๕.๖ เป็นหนังสือไปยังผู้ขอจัดตั้งภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รับจดแจ้งการจัดตั้ง (มาตรา ๑๖ วรรคสอง) ๖. การโต้แย้งคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองของนายทะเบียนพรรคการเมือง มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (มาตรา ๑๗)
Best View : 1024x768 Best Browser : Internet Exploer 6.0 or Higher และต้องติดตั้งโปรแกรม Acrobat Reader โดยท่านสามารถ Download ได้ ที่นี่
Official Links
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 44 อาคารศรีจุลทรัพย์ ถ.พระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330 โทร 0 2613 7333 E-mail : dav@ect.go.th