การออกเสียงประชามต หมายถึง กระบวนการในการแสดงความเห็นของประชาชนด้วยการลงคะแนนออกเสียงเพื่อตัดสินใจว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในเรื่องที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติ หรือกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ก่อนที่จะนำมติหรือการตัดสินใจนั้นออกเป็นกฏหมายหรือนำไปปฎิบัติเพื่อบังคับใช้เป็นการทั่วไป

 

 

 

  • การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นการออกเสียงเพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้ยกร่างขึ้นทั้งฉบับ
  • การกำหนดวันออกเสียงประชามติต้องไม่เร็วกว่า ๑๕ วัน และไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทราบ และวันออกเสียงประชามติต้องกระทำภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
  • หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนด
  • ผลการออกเสียงประชามติให้ถือเสียงข้างมากของผู้ออกเสียงประชามติ หากเสียงข้างมากเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาบังคับใช้ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศบังคับใช้ แต่หากเสียงข้างมากไม่เห็นชอบ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง และให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ได้เคยประกาศใช้มาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบ

 

 

  • กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง
  • ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการจัดและควบคุมการออกเสียงประชามติ ให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย
  • ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ
  • การออกเสียงประชามติให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
  • ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียง
  • ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยออกเสียง และถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิแต่ละหน่วย จำนวน ๘๐๐ คน เป็นประมาณ
  • กำหนดคุณสมบัติของู้มีสิทธิออกเสียง ประกอบด้วย
    • มีสัญชาติไทย (แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
    • มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ ในวันที่ ๑ มกราคมของปีที่มีการออกเสียง และ
    • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับถึงวันออกเสียงประชามติ
  • กำหนดลักษณะบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิออกเสียง ได้แก่ บุคคลที่
    • วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
    • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
    • ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

  • กำหนดให้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงและปิดประกาศไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน ก่อนวันออกเสียง เพื่อให้บุคคลสามารถตรวจสอบและยื่นคำร้อง ขอเพิ่ม-ถอนชื่อ ได้ไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน ก่อนวันออกเสียง

  • กำหนดรูปแบบบัตรออกเสียงประชามติและวิธีการทำเครื่องหมายในบัตรออกเสียงประชามต

  • กำหนดระยะเวลาในการออกเสียงประชามติ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาอีก ๑ ชั่วโมง : เดิมกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้ง ๐๘.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้สิทธิออกเสียง

  • กำหนดให้นับคะแนนที่หน่วยออกเสียง โดยเปิดเผยติดต่อกันจนแล้วเสร็จหลังจากปิดการลงคะแนนและให้รายงานผลการนับคะแนนไปยังอนุกรรมการออกเสียงประจำอำเภอ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและคณะกรรมการการเลือกตั้งตามลำดับ
  • กำหนดให้ผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน  สามารถใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงในจังหวัดที่ตนอยู่ได้  โดยต้องยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นของอำเภอหรือเทศบาลที่ตนอยู่ ก่อนวันออกเสียงอย่างน้อย  ๓๐  วัน



(คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลด)

  • กำหนดให้กรณีหน่วยออกเสียงใดมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นในวันออกเสียงเป็นเหตุให้ไม่สามารถลงคะแนนออกเสียงได้  ให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียงประกาศงดลงคะแนนในหน่วยออกเสียงนั้น  และประกาศให้ผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยนั้นไปใช้สิทธิออกเสียง  ณ  ที่ออกเสียงกลาง (ฉุกเฉิน) ของจังหวัดนั้น  ๆ  แทนในวันและเวลาออกเสียงเดิม
  • กำหนดให้มีการคัดค้านการออกเสียงในหน่วยออกเสียงได้  โดยต้องมีผู้มาใช้สิทธิจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงนั้น ยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายใน  ๒๔  ชั่วโมง  นับแต่การลงคะแนนออกเสียงสิ้นสุดลง  ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจสั่งให้มีการออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียงนั้นได้  แต่การออกเสียงใหม่ต้องกระทำไม่ช้ากว่า  ๓๐  วัน  นับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ  เว้นแต่พิจารณาแล้ว เห็นว่า  การออกเสียงใหม่จะไม่ทำให้ผลการออกเสียงของทั้งประเทศเปลี่ยนแปลงไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้าน
  • กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงไปยังสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกาศผลการออกเสียงประชามติ

 

 

เนื่องจากการออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.  ๒๕๔๙  เป็นการออกเสียงระดับชาติ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย  ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศ  ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องเตรียมความพร้อม  เพื่อให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ  โดยมีแนวทางที่ควรปฏิบัติอย่างน้อย  ๕  ประการ  ประกอบด้วย

  • ควรที่จะให้ความสนใจและติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ  เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนการตัดสินใจออกเสียงประชามติ
  • ควรที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในโอกาสต่าง ๆ  เพื่อประโยชน์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ  และเพื่อให้เกิดความหลากหลายทางแนวความคิด
  • ควรที่จะคิดและวิเคราะห์ด้วยหลักเหตุและผลก่อนการตัดสินใจ  โดยต้องไม่คล้อยตามกระแสหรือสถานการณ์  ต้องไม่ยอมรับการชักจูงด้วยประโยชน์อื่นใดในทางมิชอบ  ต้องแยกแยะระหว่างความชอบหรือไม่ชอบในตัวบุคคลกับสาระของร่างรัฐธรรมนูญ  รวมทั้งต้องรู้จักมองภาพรวมของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
  • ควรที่จะได้ศึกษาและทำความเข้าใจกับขั้นตอนและวิธีการในการลงคะแนนออกเสียงประชามติ  เพื่อให้การใช้สิทธิออกเสียงเป็นไปอย่างถูกต้อง
  • ควรที่จะได้เห็นความสำคัญและไปใช้สิทธิออกเสียงโดยพร้อมเพรียงกัน  แม้ว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นเพียงสิทธิ  มิใช่หน้าที่  แต่เนื่องจากเป็นการกำหนดกติกาหลักของประเทศ  ดังนั้น  จึงควรที่ผู้มีสิทธิออกเสียงทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการแสดงเจตนารมณ์นี้

โดยอาจสรุปได้ว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้จะเป็นไปอย่างมีคุณภาพและบรรลุตามเป้าหมายหรือไม่เพียงใด  ส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับความพร้อมของประชาชนที่จะต้องรู้จัก  “ติดตามข่าวสาร ... ผสานความคิด ... ใช้สิทธิโดยพร้อมเพรียง ... ออกเสียงอย่างถูกต้อง”

 

ที่มา : เอกสารเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ (Download)
         สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ

 

 

 

   

 

 

Best View : 1024x768  Best Browser : Internet Exploer 6.0 or Higher  และต้องติดตั้งโปรแกรม Acrobat Reader โดยท่านสามารถ Download ได้ ที่นี่

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 44 อาคารศรีจุลทรัพย์ ถ.พระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330 โทร 0 2613 7333 E-mail : dav@ect.go.th