20 ปี กกต. ปักธง 5 ยุทธศาสตร์ เดินหน้าพัฒนาประชาธิปไตย
โดย ฐิติพร สุขสัมพันธ์ 08 มิถุนายน 2561
ขยายตัวอักษร :

     วันที่ 7 มิถุนายน 2561 นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวเนื่องในวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครบรอบ 20 ปี กกต. ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งมุ่งมั่นดำเนินงานตามพันธกิจในการจัดการเลือกตั้ง ดำเนินการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การสนับสนุนส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมือง และการพัฒนาระบบการสืบสวนสอบสวนให้เข้มแข็ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินงาน     อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องตลอดมาไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในอนาคต ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์สำคัญในการปฏิบัติงาน ดังนี้

     1. ยุทธศาสตร์การจัดการเลือกตั้งที่คุ้มค่าและสะดวกต่อประชาชน มีการปรับปรุงพัฒนาระบบการเลือกตั้ง โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด Smart Ect มาใช้ผ่านแอปพลิเคชัน เช่น แอปพลิเคชันดาวเหนือ แอปพลิเคชันตาสับปะรด และแอปพลิเคชันฉลาดรู้   

     2. ยุทธศาสตร์การจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับ  คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ให้ความสำคัญกับระบบการคัดกรองเพื่อให้ได้นักการเมืองที่ดีเข้ามาบริหารประเทศ สามารถนำพาประเทศสู่ความเจริญ  ความมั่นคง  มั่งคั่งอย่างยั่งยืนได้ ดังนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ให้ความสำคัญกับภารกิจการสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัยและการดำเนินคดีในศาล งานอื่นที่สนับสนุนการสืบสวนไต่สวน เช่น งานด้านการข่าว และการคุ้มครองพยาน       การอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวนให้กับบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกระดับ การพัฒนาเครือข่ายการข่าวระดับจังหวัด การพัฒนาข้อมูลตัวแทน (หัวคะแนน) ของผู้สมัคร การเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง การทำข้อตกลงความร่วมมือกับส่วนงานในกระทรวงยุติธรรม และการเชื่อมโยงข้อมูลและการใช้บริการคลังข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงเป็นที่เชื่อมั่นได้ว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป คณะกรรมการการเลือกตั้งจะสามารถควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

    3. ยุทธศาสตร์การจัดการเลือกตั้งที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยเล็งเห็นว่า หากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพแล้ว ก็จะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยมีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยครบทุกตำบล การปลุกจิตสำนึกของประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วม การจัดตั้งหมู่บ้านไม่ขายเสียง    ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ทุกหมู่บ้านไม่ขายเสียงเป็นการตัดวงจรทุจริตการซื้อเสียง การจัดตั้งองค์กรเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้งครบทุกจังหวัด  และยังมีการขยายเครือข่ายไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเกิดการตื่นตัวทางการเมืองโดยประชาชนอย่างแท้จริง

     4. ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมือง  คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ การประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่  พรรคการเมือง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการจัดการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ พตส. ซึ่งได้จัดอบรมตามหลักสูตรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 9 รุ่น

     5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การสู่ความเป็นมืออาชีพ ได้ดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง การพัฒนาระบบงานให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่   มาประยุกต์ใช้เพื่อการบริหารงาน รวมทั้งเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สามารถรองรับและสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     จากการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งตาม 5 ยุทธศาสตร์ ดังกล่าวข้างต้น จะนำไปสู่เป้าหมายสำคัญที่จะปรากฏให้เห็นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป คือ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 จำนวนบัตรเสียลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 2 การจัดการเลือกตั้งโดยประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นกรรมการประจำหน่วยมืออาชีพ มีหมู่บ้านไม่ขายเสียง มีองค์กรเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้งในทุกจังหวัด  รวมทั้งการพิจารณาเรื่องร้องเรียนผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งก้าวสู่ทศวรรษใหม่ “การเลือกตั้งคุณภาพ โดยพลเมืองคุณภาพ” อย่างเข้มแข็ง  มั่นคง สร้างความยั่งยืนให้กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตลอดไป นายศุภชัย กล่าว

 

 

 

 

 

 

เข้าชมทั้งหมด 44 ครั้ง