จะเป็นอย่างไร? หากให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) จัดการเลือกตั้ง
โดย 27 เมษายน 2558
ขยายตัวอักษร :

รัฐธรรมนุญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง  เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และให้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง เพื่อส่งเสริมการเลือกตั้ง อย่างสุจริต และเที่ยงธรรม รวมทั้งป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดยปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งมาแล้วเป็นระยะเวลา ๑๗ ปี ภายหลังได้มีแนวคิดให้มีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) เพื่อทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงขอกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างการจัดการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งกับ กจต. ดังนี้

๑. อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามที่กฎหมายบัญญัติ

ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เห็นว่าควรแยกอำนาจควบคุมและอำนาจการจัดการเลือกตั้งออกจากกัน โดยเห็นว่าควรให้มี กจต. เป็นองค์กรมาดำเนินการจัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหลายลักษณะอยู่ในองค์กรเดียวกัน เช่น อำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ ทำให้ขาดการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเรียนให้ทราบว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นเพียงผู้ดำเนินการตามกฎหมายที่บัญญัติ ซึ่งการออกพระราชบัญญัติต่างๆที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น ส่วนการออกระเบียบ คำสั่ง และประกาศที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เป็นการออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ใช้อำนาจบริหารลักษณะเดียวกับการออกกฎกระทรวง

ดังนั้น  การใช้อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งในเรื่องนี้ จึงเป็นเพียงการใช้อำนาจในทางบริหาร ไม่ใช่การใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติแต่อย่างใด

๒. อำนาจจัดการเลือกตั้งและอำนาจกำกับดูแล

สำหรับในเรื่องการจัดการเลือกตั้งนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งใช้อำนาจใน ๒ ลักษณะ คือ อำนาจจัดการ (Operator) และอำนาจกำกับดูแล (Regulator) ซึ่งทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบฝ่ายจัดการเลือกตั้งได้ง่าย และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้แต่งตั้งและควบคุมกำกับเอง การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้งส่งผลต่อต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ดังนี้

๒.๑ เรื่องประสิทธิภาพการทำงาน การให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการและกำกับดูแลทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าการให้หลายองค์กรดำเนินการ และทำให้งานต่างๆ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกิดการเกื้อหนุนการซึ่งกันและกัน เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดนโยบายการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง จึงทำให้ง่ายต่อกระบวนการควบคุมตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ภายในกรอบระยะเวลา เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม นอกจากนี้คณะกรรมการ การเลือกตั้งสามารถอาศัยการมีส่วนร่วมของบุคลากรการจัดการเลือกตั้งมาใช้ประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้

๒.๒ เรื่องระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง แม้ว่ารัฐธรรมนูญกำหนดระยะเวลาจัดการเลือกตั้งไว้เพียง ๔๕ วัน กรณีเลือกตั้งทั่วไป หรือ ๔๕ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน กรณียุบสภา และกระบวนการจัดการเลือกตั้งแต่ละขั้นตอนมีห้วงระยะเวลาจำกัด แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้เรียบร้อยได้ทันเวลา แต่หากองค์กรกำกับดูแลกับองค์กรจัดการเลือกมิใช่องค์กรเดียวกันจะทำให้การดำเนินการไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้

๒.๓ เรื่องการใช้ทรัพยากร การแยกองค์กรจัดการกับองค์กรกำกับดูแลออกจากกัน จะทำให้การทำงานและการใช้ทรัพยากร (บุคลากร งบประมาณ วัสดุ/อุปกรณ์ สถานที่ และเทคโนโลยี ฯลฯ) เกิดความซ้ำซ้อนกันและสิ้นเปลืองทรัพยากรมากกว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการโดยใช่เหตุ และอาจส่งผลให้เกิดการแย่งบุคลากร หรือใช้บุคลากรที่ที่มีอย่างจำกัดซ้ำซ้อนกัน

๒.๔ เรื่องการตรวจสอบการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เอาใจใส่ดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน โดยไม่ได้ละเลยการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งของทุกเขตเลือกตั้งและทุกหน่วยเลือกตั้ง แต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่ามีสำนวนร้องคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งหลายระดับ ในช่วงหลังจากปี ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องพิจารณาสำนวนที่ร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่เป็นจำนวนมากไม่น้อยไปกว่าการร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้ง แม้คำร้องส่วนใหญ่จะเกิดจากการสำคัญผิดในข้อเท็จจริง หรือข้อกฎหมายของผู้ร้อง แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้ดำเนินการแจ้งกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานการเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลา และหากเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งมีความผิดพลาดบกพร่อง และมีโทษทางอาญา คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้แจ้งความดำเนินคดีเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งทุกราย

๒.๕ เรื่องความเป็นสากล การกำหนดให้การควบคุมและการจัดการเลือกตั้งอยู่ในองค์กรเดียวกันจะสอดคล้องกับนานาอารยะประเทศ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่ละประเทศมีองค์กรจัดการเลือกตั้งกับองค์กรตรวจสอบเป็นองค์กรเดียวกัน ดังนั้น การใช้อำนาจ (Operator) และอำนาจกำกับดูแล (Regulator) ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในกรณีนี้ก็เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีประสิทธิภาพ หากมีการแยกอำนาจจัดการเลือกตั้งและอำนาจกำกับดูแลออกจากกัน ย่อมส่งผลให้การจัดการเลือกตั้งและการควบคุมขาดความเป็นเอกภาพ ไม่มีประสิทธิภาพ และสิ้นเปลืองงบประมาณมากยิ่งขึ้น

๓. บุคลากรและการบริหารจัดการ

สำหรับเรื่องบุคลากรที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งและการบริหารงานนั้น ปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ใช้บุคลากรของทั้ง ๖ กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือดำเนินการจัดการเลือกตั้ง อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของสถานที่เลือกตั้ง ดังนั้น หากมองในเรื่องของบุคลากรที่จะมาช่วยเหลือในการจัดการเลือกตั้งระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง หรือให้ กจต. เป็นผู้ดำเนินการอาจมีข้อแตกต่าง ดังนี้

๓.๑ เรื่องการบังคับบัญชาและความชอบธรรม เนื่องจาก กจต. แต่งตั้งจากข้าราชการประจำอาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้ง่าย เพราะฝ่ายการเมืองเป็นผู้บังคับบัญชาของ กจต. โดยตรงและเชื่อว่า กจต. เองอาจได้รับผลกระทบภายหลังการปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน โดยจะทำให้ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของ กจต. ผู้ปฏิบัติหน้าที่เอง

๓.๒ เรื่องที่มาของ กจต. การที่ กจต. มาจาก ๗ องค์กร จะทำให้เกิดปัญหาขาดความเป็นเอกภาพ (เกิดความขัดแย้งหรือความเข้าใจไม่ตรงกัน เนื่องจากมาจากคนละที่ แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน) ในการบริหารจัดการเลือกตั้งต่างจากการให้องค์กรเดียวดูแล

๓.๓ เรื่องเป็นมืออาชีพ และความคล่องตัว การที่ กจต.เป็นข้าราชการมาจาก ๗ องค์กร และจะต้องปฏิบัติงานประจำและจัดการเลือกตั้งซึ่งไม่ใช่ภารกิจหลัก จะก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ ความเป็นมืออาชีพ และไม่มีความคล่องตัว เนื่องจาก

๓.๓.๑ บุคลากรของทั้ง ๗ หน่วยงานจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ตลอดอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง โดยในกรณีที่ต้นสังกัดสั่งโยกย้ายข้าราชการส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กจต.จว. ขาดความต่อเนื่อง ในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีภารกิจหลักคือจัดการเลือกตั้งและอยู่ตามวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ ๗ ปี และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีวาระดำรงตำแหน่ง คราวละ ๔ ปี  จึงสามารถทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง

๓.๓.๒ กจต. ที่ได้รับแต่งตั้ง มีภารกิจในงานประจำอยู่ตลอดเวลา หากมารับผิดชอบจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น อาจส่งผลกระทบต่องานประจำที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการจัดการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ซึ่งจะมีการจัดการเลือกตั้งในทุกสัปดาห์ตลอดทั้งปี หาก กจต. ต้องปฏิบัติงานประจำและจัดการเลือกตั้งควบคู่กันด้วย นอกจากจะส่งผลกระทบต่องานประจำและตัวผู้ปฏิบัติงานกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาแล้ว ยังอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้

๓.๔ เรื่องการบริหารจัดการ การแยกองค์กรจัดการเลือกตั้งกับองค์กรกำกับดูแลออกจากกัน จะทำให้เพิ่มขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานมากขึ้น อาจก่อให้เกิดความล่าช้าในการสั่งการกรณีที่มีปัญหาเร่งด่วน รวมถึงการสั่งการอาจไม่เด็ดขาดหรือขัดแย้งกันได้เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งการได้โดยอิสระ ในขณะที่ กจต. เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนักการเมือง

ดังนั้น การให้บุคลากรที่เป็นข้าราชการมาจาก ๗ องค์กร เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง อาจเกิดปัญหาเรื่องความเป็นกลางเนื่องจากอาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้ รวมทั้งเรื่องความเป็นมืออาชีพ และความเป็นอิสระในการทำงาน นอกจากนี้อาจส่งผลกระทบต่อ กจต. ที่ต้องปฏิบัติงานประจำและงานเลือกตั้งควบคู่กันไป ซึ่งอาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

๔. การมีส่วนร่วมของประชาชนและการตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้ง

การปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน เนื่องจากประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งโดยอาศัยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ โดยไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัด คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง อนุกรรมการเขตฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ประชาชนสามารถสมัครเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ แตกต่างจากส่วน กจต. จัดการเลือกตั้ง ดังนี้

๔.๑ กจต.เป็นข้าราชการประจำเป็นส่วนใหญ่ เช่น กจต. ๗ คนมาจากข้าราชการประจำจาก ๗ องค์กร กจต.จว. มี ๙ คนมาจากข้าราชการประจำ ๗ คน และมีภาคประชาชนเพียง ๒ คนซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ขัดจากแนวทางในปัจจุบัน

๔.๒ การตรวจสอบการทุจริต เนื่องจากกระบวนการจัดการเลือกตั้งมีหลายขั้นตอน เช่น การแบ่งเขตการเลือกตั้งการจัดหน่วยเลือกตั้ง การแต่งตั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง สามารถเกิดได้ในทุกขั้นตอน จึงจำเป็นต้องให้มีองค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าไปควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ในทุกขั้นตอน ทุกเวลา ทุกสถานที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่ามีปัญหาอะไร อย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ และพร้อมปรับระบบเสริมให้ฝ่ายการเมืองและประชาชนเข้ามาร่วมตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน หากองค์กรจัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้งเป็นคนละองค์กรกัน จะทำให้ขาดความร่วมมือในการตรวจสอบการเลือกตั้ง รวมทั้งก่อให้เกิดความยากลำบากในการหาข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง ดังนั้น การมีส่วนร่วมของประชาชนถือเป็นหลักการสำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่จะขาดเสียมิได้ การจำกัดการมีส่วนรวมของประชาชน จะถือว่าเป็นการทำลายระบบการมีส่วนร่วม และอาจนำมาซึ่งการร้องเรียนและเกิดความขัดแย้งในภายหลัง นอกจากนี้จะทำให้การตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งทำได้ยากยิ่งขึ้น

โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่าการจัดการเลือกตั้งไม่ว่าจะจัดโดยองค์กรใด ย่อมล้วนมีเจตนาที่จะได้คนดีเข้ามาปกครองบ้านเมือง การป้องกันคนไม่ดีไม่ให้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก แต่จะมีวิธีการป้องกันอย่างไรที่จะไม่ให้บุคคลเหล่านั้นเข้ามามีอำนาจ กระบวนการจัดการเลือกตั้งและการควบคุมการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมจึงเป็นส่วนสำคัญลำดับแรกที่จะกลั่นกรอง ตรวจสอบ บุคคลที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชน โดยถือว่าเป็นต้นทางของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หากกระบวนการจัดการเลือกตั้งและตรวจสอบการเลือกตั้งล้มเหลวเพราะความไม่เป็นกลางขาดอิสระในการทำงาน ขาดเอกภาพ และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว  ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม โดยรวมของประเทศด้วย ดังนั้น การเปลี่ยนองค์กรจัดการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมาเป็น กจต. อาจจะไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน และควรแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการสร้างความรู้เข้าใจกับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในขบวนการเลือกตั้งการตรวจสอบการเลือกตั้งให้มากยิ่งขึ้น

เข้าชมทั้งหมด 2752 ครั้ง