.jpg)
การออกเสียงประชามติ
การออกเสียงประชามติ หรือการลงประชามติ คือการนำร่างกฎหมาย ร่างรัฐธรรมนูญและนโยบายที่สำคัญของประเทศ
ไปผ่านการตัดสินเพื่อแสดงความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ โดยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
นับเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมใน การตัดสินใจ ต่อแนวทางการปกครองประเทศ และถือเป็นประชาธิปไตยโดยทางตรงแบบหนึ่ง
ซึ่งประชาชนมีส่วนมีเสียงโดยตรงในการบริหารราชการแผ่นดิน
หลักสำคัญของการออกเสียงประชามติ
1. เรื่องที่จัดทำประชามติต้องมีความสำคัญและผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกี่ยวกับตัวบุคคล
2. ข้อความที่จะขอความเห็นต้องชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถตัดสินใจว่าจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบในเรื่องนั้นๆ ได้
3. ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เห็นชอบและไม่เห็นชอบในเรื่องที่จะจัดทำประชามติได้แสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน
4. ต้องจัดให้มีการลงคะแนนออกเสียงประชามติโดยอิสระ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ได้บัญญัติ
กรณีต่างๆ ที่สามารถทำประชามติได้ดังนี้
(1) การออกเสียงเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้
ในรัฐธรรมนูญ (ม.256)
(2) การออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร
(3) การออกเสียงตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการออกเสียง
(4) การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควร
ที่จะให้มีการออกเสียงและได้แจ้งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ
(5) การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ
ในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
การออกเสียงในเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้จะกระทำมิได้
การออกเสียงประชามติเป็นหน้าที่ของใคร
เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1 ) พ.ศ.2564
มาตรา 50 (7) ได้บัญญัติว่าหน้าที่ของปวงชนชาวไทยคือ “ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือลงประชามติอย่างอิสระ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ”
การออกเสียงประชามติจะถือว่าเป็นข้อยุติ
การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องจัดทำประชามติให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มา
ออกเสียงโดยคะแนนต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น
ให้นายกรัฐมนตรีหารือร่วมกันคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดวันออกเสียงประชามติซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภาหรือวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ
แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้หากพิจารณาเห็นว่า วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วแต่กรณี
อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันอาจกำหนดให้วันออกเสียงเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งก็ได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่า 60 วันและไม่ช้ากว่า 150 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภาหรือวันที่ ครม.มีมติ
วิธีการกำหนดหน่วยออกเสียงประชามติ
หน่วยออกเสียงและที่ออกเสียง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนดหากพื้นที่ใดมีการเลือกตั้ง สส. ใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป
หรือมีการเลือกตั้ง สถ. หรือ ผถ. เนื่องจาก ดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วแต่กรณี ในวันเดียวกันกับการออกเสียง
ให้ถือว่าหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งของการเลือกตั้งนั้น เป็นหน่วยออกเสียงและที่ออกเสียงในพื้นที่ดังกล่าว
คุณสมบัติผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
1. มีสัญชาติไทย ถ้าเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้ว
ไม่น้อยกว่า 5 ปี
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันออกเสียง
3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึง
วันออกเสียง
บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิออกเสียง
1. เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
2. อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
3. ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4. วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิในการออกเสียง
ผู้มีสิทธิออกเสียงต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงต่อนายทะเบียนอำเภอหรือ
นายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตท้องที่ โดยต้องแจ้งก่อนวันออกเสียงหรือภายใน 7 วันนับแต่วันออกเสียง
- แจ้งด้วยตนเอง
- ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
- จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
- การแจ้งเหตุผ่านเว็บไซต์ www.ect.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Smart Vote
ทั้งนี้ การแจ้งเหตุทีไม่อาจไปใช้สิทธิก่อนวันออกเสียงไม่เป็นการตัดสิทธิที่ผู้นั้นจะไปใช้สิทธิ ออกเสียง
เหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง
ประกอบด้วยเหตุดังต่อไปนี้
1. มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
2. เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิออกเสียงได้
3. เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิออกเสียงได้
4. เดินทางออกนอกราชอาณาจักรและมิได้แจ้งความประสงค์ของใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักร
5. มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่ออกเสียงเกินกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร
หากไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิดังต่อไปนี้
1. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3. เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง
4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การจำกัดสิทธิให้มีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ
วิธีการขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงนอกเขตออกเสียง
การขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง
ผู้มีสิทธิที่มีสิทธิยื่นคำขอลงทะเบียน
- ผู้มีสิทธิซึ่งอยู่นอกเขตจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ในเขตออกเสียงน้อยกว่า 90 วันนับแต่วันออกเสียง (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568)
วิธีการยื่นคำขอ
1. ทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
(ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแต่ต้องใช้ข้อมูลใน
บัตรประชาชนและรหัสประจำบ้านของผู้มีสิทธิในการกรอกรายละเอียดทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต)
2. ยื่นคำขอด้วยตนเอง
3. มอบหมายผู้อื่นยื่นแทน
4. ทางไปรษณีย์ (โดยให้ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
*ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นในเขตที่ตนมีสิทธิ หรือเขตที่ตนประสงค์จะขอลงคะแนน
หลักฐานประกอบการยื่นคำขอ
1. คำขอลงทะเบียน อ. ส. 5/1
2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้
- สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 3 - 5 มกราคม 2569
- วันที่ลงคะแนนออกเสียงประชามติ นอกเขตเลือกตั้ง คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ ที่ออกเสียงนอกเขตที่ท่านประสงค์ลงคะแนน
การขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร
ผู้มีสิทธิที่มีสิทธิยื่นคำขอลงทะเบียน
1. ผู้มีสิทธิซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักร
2. ผู้มีสิทธิที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรประสงค์จะขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร
วิธีการยื่นคำขอของผู้มีสิทธิซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักร
1. ทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
(ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ข้อมูลในหนังสือเดินทาง ที่อยู่ปัจจุบันในต่างประเทศ ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิในการกรอกรายละเอียดทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดังกล่าว)
2. ยื่นคำขอด้วยตนเอง
3. มอบหมายผู้อื่นยื่นแทน
4. ทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
5. ทางโทรสาร
*ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อเอกราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมายแห่งเขตรับผิดชอบที่ตนมีแหล่งที่อยู่*
หลักฐานประกอบการยื่นคำขอ
1. คำขอลงทะเบียน อ. ส. 5/3 (นร)
2. บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง
วิธีการยื่นคำขอของผู้มีสิทธิที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร
1. ทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
(ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ข้อมูลในหนังสือเดินทาง ที่อยู่ปัจจุบันในต่างประเทศ ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของ
ผู้มีสิทธิในการกรอกรายละเอียดทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดังกล่าว)
2. ยื่นคำขอด้วยตนเอง
*ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิ
หลักฐานประกอบการยื่นคำขอ (สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 3 - 5 มกราคม 2569)
1. คำขอลงทะเบียน อ. ส. 5/3 (นร)
2. บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง
3. ข้อมูลที่อยู่ในต่างประเทศ และที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิ
คำถามที่จะใช้ถามผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติเพื่อลงคะแนน
ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
คือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่”
เป็นคำถามตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568
ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ สามารถแสดงความเห็นได้ 3 กรณี
เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการออกเสียงประชามติให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
(ที่มา : เหตุผลของผู้เสนอญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ .....) พุทธศักราช..........และคำอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา
หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการออกเสียง
· บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
· บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและ
มีเลขประจำตัวประชาชน (ต้องเป็นบัตรไม่หมดอายุ) เช่น
- บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- ใบขับขี่
- หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
· หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดผ่านแอปพลิเคชันของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย
ว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แอปพลิเคชัน ThaID (บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์)
แอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE (ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์) และแอปพลิเคชันบัตรคนพิการ (PWD) บัตรประจำตัวคนพิการอิเล็กทรอนิกส์
ระยะเวลาในการออกเสียง
ให้เปิดการลงคะแนนออกเสียง ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 17.00 นาฬิกา
การอำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุในการออกเสียง
ในการออกเสียง กกต. ได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุดังนี้
1. หน่วยออกเสียงปกติ โดยจัดให้มีบัตรทาบสำหรับคนพิการทางสายตา และอำนวยความสะดวกอื่นๆ โดยมี กปส. เป็นผู้ช่วยในการใช้สิทธิออกเสียง
2. ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ โดยผู้จะใช้สิทธิต้องลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ณ ที่ออกเสียงที่กำหนด และเมื่อลงทะเบียนแล้วให้หมดสิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
** ในการช่วยเหลือในการออกเสียงต้องให้บุคคลนั้นได้ออกเสียงด้วยตนเองตามเจตนาของบุคคลนั้น เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพที่ทำให้ไม่สามารถทำเครื่องหมายในบัตรออกเสียงได้
ให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำแทนโดยความยินยอมและเป็นไปตามเจตนา และให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียงบันทึกการกระทำดังกล่าวลงในรายงานเหตุการณ์ประจำที่ออกเสียง
ขั้นตอนการลงคะแนนออกเสียง
1. ตรวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อที่ประกาศไว้หน้าที่ออกเสียง
2. ยื่นหลักฐานแสดงตน บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานรัฐออกให้ ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์
เปิดผ่านแอปพลิเคชันของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อ
3. รับบัตรออกเสียง
4. ทำเครื่องหมายกากบาท เข้าคูหาลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาท X ลงในช่องทำเครื่องหมายดังนี้ เห็นชอบ ? ไม่เห็นชอบ ? ไม่แสดงความคิดเห็น ?
5. ใส่บัตรออกเสียงลงในหีบบัตรออกเสียง นำบัตรออกเสียงที่พับเรียบร้อยแล้วใส่ลงในหีบบัตรออกเสียงด้วยตนเอง
ตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติ
.jpg)
การคัดค้านการออกเสียง
ผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงใด มีสิทธิยื่นคัดค้านต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าการออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่ตนมีสิทธิออกเสียง มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้มีสิทธิออกเสียงยื่นคัดค้านการออกเสียงได้ภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงประชามติสิ้นสุดลง
การประกาศผลการออกเสียง
เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านแล้ว และ กกต. ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผลการออกเสียงเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต. จะประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มา
ใช้สิทธิออกเสียงในราชกิจจานุเบกษา และรายงานให้คณะรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบ
การรณรงค์เพื่อการออกเสียงหรือให้ข้อมูลในการออกเสียง
1. แจกเอกสาร วีดิทัศน์ หรือวัสดุอื่นใดที่มีข้อความ ภาพ หรือเสียงเกี่ยวกับการออกเสียงในชุมชน สถานที่ต่างๆ หรือที่สาธารณะ
2. ใช้พาหนะต่างๆ เพื่อการจัดกิจกรรม หรือจัดสถานที่หรือเวทีเพื่อการจัดกิจกรรม
3. ใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อการจัดกิจกรรม
4. จัดกิจกรรมที่มีการถ่ายทอดผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ถึงผู้มีสิทธิออกเสียง หรือการจัดกิจกรรมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
5. จัดกิจกรรมในสถานที่ทำการหน่วยงานรัฐ หรือสถานที่ที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน โดยได้รับการอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน
6. จัดกิจกรรมโดยวิธีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายในที่สาธารณะ
ข้อปฏิบัติหรือข้อห้ามในจัดกิจกรรมรณรงค์การออกเสียง
1. ต้องกระทำด้วยความสุภาพ
2. ดูแลและรับผิดชอบการจัดกิจกรรมไม่ให้เกิดการขัดขวางหรือ กีดขวางต่อประชาชน
ที่จะใช้ที่สาธารณะ
3. ดูแลและรับผิดชอบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติตามกฎหมาย
4. ต้องไม่มีการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 77 มาตรา 79 และมาตรา 80 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
การกระทำผิดกฎหมายในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนออกเสียง ดังต่อไปนี้
(1) ออกเสียงหรือพยายามออกเสียงประชามติโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิ
ออกเสียงในหน่วยออกเสียงนั้น
(2) ใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรออกเสียงมาออกเสียงประชามติ
(3) นำบัตรออกเสียงออกไปจากที่ออกเสียง
(4) นำบัตรออกเสียงหรือข้อมูลการออกเสียงที่ลงคะแนนออกเสียงแล้วแสดงต่อผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าได้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียงโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย
(5) ทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรออกเสียงเพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่า
เป็นบัตรออกเสียงของตนหรือใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดบันทึกภาพบัตรออกเสียงหรือข้อมูล
การออกเสียงที่ตนได้ลงคะแนนออกเสียงแล้ว
(6) ขัดคำสั่งกรรมการประจำหน่วยที่สั่งให้ออกไปจากที่ออกเสียงเพราะเหตุที่ผู้นั้นขัดขวางการออกเสียงตามมาตรา 30
(7) นำบัตรออกเสียงใส่ในหีบบัตรออกเสียงโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกระทำการใดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง เพื่อแสดงว่ามีผู้มาแสดงตนออกเสียงโดยผิดไป
จากความจริง หรือกระทำการใดอันเป็นเหตุให้มีบัตรออกเสียงเพิ่มขึ้นจากความจริง
(8) กระทำการโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถ
ใช้สิทธิได้หรือขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไป ณ ที่ออกเสียง หรือเข้าไป ณ ที่ออกเสียงหรือมิให้ไปถึง ณ ที่ดังกล่าว ภายในกำหนดเวลาที่จะออกเสียงประชามติ
(9) ก่อความวุ่นวายขึ้นในที่ออกเสียงหรือกระทำการใดอันเป็นการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคแก่การออกเสียง
การกระทำผิดกฎหมายการออกเสียง
(1) ขัดขวางเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(2) ให้ เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่น
อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจะจงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง
(3) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคามเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง หรือเพื่อให้สำคัญผิดในวัน เวลา ที่ออกเสียงหรือวิธีการออกเสียง
(4) เปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ ทำให้สูญหาย ทำให้ไร้ประโยชน์
นำไปหรือขัดขวางการส่งซึ่งหีบบัตรออกเสียง หรือบัตรออกเสียง หรือเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงที่คณะกรรมการประจำหน่วยได้จัดทำโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย
ตั้งแต่เวลาที่ได้เปิดและปิดหีบบัตรออกเสียงที่ตั้งไว้เพื่อการลงคะแนนออกเสียง หรือภายหลังที่ได้
ปิด หีบบัตรออกเสียงนั้นเพื่อรักษาไว้เมื่อการออกเสียงได้เสร็จสิ้นแล้ว
(5) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติอันเป็นเท็จ
(6) เล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใด ๆ อันมีผลเป็นการจงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง
(7) เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อจะไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง
(8) ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตออกเสียงระหว่างเวลา
18.00 นาฬิกา ของวันก่อนวันออกเสียงหนึ่งวันจนถึงเวลา 18.00 นาฬิกา ของวันออกเสียง
รวมระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1.พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ดูรายละอียด
2.พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ดูรายละเอียด
3.ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ดูรายละอียด
4.ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ดูรายละเอียด
5.ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ดูรายละเอียด
6.ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ต้องจัดทำประชามติ พ.ศ.2568 ดูรายละเอียด
7.ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ดูรายละเอียด
8.ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2566 ดูรายละเอียด
9.ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ดูรายละเอียด
10.ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ดูรายละเอียด
11.ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการคัดค้านการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ดูรายละเอียด
12.ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการจัดยานพาหนะโดยหน่วยงานของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ดูรายละเอียด
สื่อประชาสัมพันธ์
แผนการออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
Infographic การออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
คู่มือประชาชนการออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
ป้ายตั้งโต๊ะการออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
ตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ (บัตรสีเหลือง) ดูรายละเอียด
แผ่นพับการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ดูรายละเอียด
10 ขั้นตอนการลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. พร้อมออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
ความเหมือนหรือความแตกต่างการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
ป้ายไวนิลการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ขนาด 3 * 1 เมตร ดูรายละเอียด
เสื้อรณรงค์ 3 บัตร + กระเป๋า การออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
เพลง My voice My choice ดูรายละเอียด
หลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรม วิทยากรจังหวัด วิทยากรเขตเลือกตั้ง และเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการออกเสียง สำหรับการออกเสียงประชามติ ที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับ วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ดูรายละเอียด
สปอตวิทยุประชาสัมพันธ์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ดูรายละเอียด
รายการ
องค์ความรู้การเลือกตั้ง
20
ติดตามข้อมูลข่าวสาร ผ่านช่องทาง YouTube / TikTok
เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร
คำค้นหายอดนิยม
ระบบได้รับข้อมูลการแจ้งไฟล์เสียเรียบร้อยแล้ว
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง