+-7
รูปภาพ
ด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่าการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองต้องดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการที่กำหนดในมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอให้พรรคการเมืองดำเนินการ ดังนี้
1. การหาสมาชิกพรรคการเมือง
พรรคการเมืองต้องดำเนินการหาสมาชิกพรรคการเมืองให้เป็นไปตามมาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง สมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ. 2566 โดยเฉพาะพรรคการเมืองต้องบันทึกข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด การประชุมใหญ่สาขาพรรคการเมือง การประชุมใหญ่พรรคการเมือง การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของพรรคการเมือง และการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น
การรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใด ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมเพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งหากพรรคการเมืองใดกระทำการจะเป็นเหตุให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบได้ และผู้กระทำการจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งจำคุก ปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้ หากพรรคการเมืองใดแอบอ้างว่าผู้ใดสมัครเป็นสมาชิก โดยผู้นั้นไม่รู้เห็นหรือไม่สมัครใจ หรือนายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง จัดทำทะเบียนสมาชิก อันเป็นเท็จ จะมีความผิดตามมาตรา 107 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี
ทั้งนี้ พรรคการเมืองสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของผู้ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ ได้จาก www.party.ect.go.th หรือ Application Smart Vote
2. การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ดังนี้
2.1 การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ (เป็นเขตเลือกตั้งหรือจังหวัด ตามที่กำหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง) ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พ.ศ. 2566
2.2 การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พรรคการเมืองต้องมีสมาชิกที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นเกิน 100 คน ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ 2566 และประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พ.ศ. 2566
การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดดังกล่าว พรรคการเมืองต้องแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรค หรือการแต่งตั้งตัวแทนพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ประกาศจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือวันที่ประกาศแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
ทั้งนี้ ให้พรรคการเมืองพึงระมัดระวังการประชุมการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมให้ครบองค์ประชุมและต้องเป็นการประชุมเพื่อการจัดตั้งสาขาพรรคการมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หากการดำเนินการดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
3. การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้
3.1 พรรคการเมืองต้องจัดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ประกอบด้วย บุคคลและจำนวนตามที่กำหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย กรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่เกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ทั้งนี้ จำนวนหัวหน้าสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรคการเมือง แต่อย่างน้อยต้องมีหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 4 สาขา ซึ่งมาจากต่างภาคกัน
และให้มีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ให้ได้ผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถ ชื่อสัตย์ สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรมตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่กำหนดในข้อบังคับ และเพื่อประโยชน์ในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง พรรคการเมืองใดจะดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการล่วงหน้าก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้
3.2 การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟังความคิดเห็น การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ต้องมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดนั้น
ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกว่าหนึ่งสาขา หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมากกว่าหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ให้พรรคการเมืองนั้นกำหนดว่าจะให้สาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เป็นสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อดำเนินการตามมาตรา 50 และมาตรา 51
หัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ไม่ดำเนินการสรรหาผู้สมัครตามข้อ 3.2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี และหัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดออกหนังสือรับรองผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี ตามมาตรา 117 และมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
อนึ่ง เมื่อพรรคการมืองได้ดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ให้พรรคการเมืองรายงานการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย
สามารถ Download เอกสารดังนี้
1. แบบรายงานการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตามเอกสารแนบ) (โดยต้องส่งแบบรายงานให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย) และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักกิจการพรรคการเมือง โทร. 0 2141 8464 หรือ โทรสาร 0 2143 8582
2. คู่มือการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด
3. คู่มือการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444
รายการ
ข่าวประชาสัมพันธ์
2,472
“9 มิ.ย. 2569” วันสถาปนา กกต. ครบรอบ 28 ปี การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม
28 มิถุนายน 2569 เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. / ส.ก. และนายกเมืองพัทยา / สมาชิกสภาเมืองพัทยา ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า
กกต. จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 เสริมสร้างความรู้แก่สื่อมวลชนในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. / ส.ก. และนายกเมืองพัทยา / สมาชิกสภาเมืองพัทยา ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569
คำค้นหายอดนิยม
ระบบได้รับข้อมูลการแจ้งไฟล์เสียเรียบร้อยแล้ว
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง