Election Commission of Thailand

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตอบข้อสอบถามของพรรคประชาชน

ข่าวประชาสัมพันธ์
22 ธันวาคม 2568
47
0

     สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ทำหนังสือตอบข้อสอบถามกรณีพรรคประชาชน ได้ขอสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติของพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือข้อกำหนด ระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เกี่ยวกับคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวม 4 ประเด็น ดังนี้

     1. กรณีบุคคลที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ได้เข้ารับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในจังหวัดที่ตนประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งฯ ขอหารือว่า “กศน.” เป็น “สถานศึกษา” ตามนัยมาตรา 41 (4) (ค) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ด้วยหรือไม่

     สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า กศน. เป็นสถานศึกษาตามนัยมาตรา 41 (4) (ค) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

     2. ในกรณีที่ “กศน.” เป็น “สถานศึกษา” ขอหารือว่า กรณีบุคคลที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้เข้ารับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จะมีหลักเกณฑ์การนับปีการศึกษาตามนัยมาตรา 41 (4) (ค) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อย่างไร

     สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า เมื่อ กศน. ถือเป็นสถานศึกษาตามนัยมาตรา 41 (4) (ค) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2566 การนับปีการศึกษาจึงต้องพิจารณาให้เป็นไปตามมาตรา 41 (4) (ค) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยพิจารณาตามระยะเวลาปีการศึกษาที่ได้ศึกษาจริงในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง

     3. ในกรณีบุคคลผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดหนองคาย ได้สอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากหลักสูตรการศึกษาตามอัธยาศัยที่จังหวัดหนองคาย โดยใช้เวลาเข้ารับการศึกษา 6 เดือน ทั้งที่ในการศึกษาแบบสามัญทั่วไป การผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยปกติใช้ระยะเวลาศึกษา 3 ปีการศึกษา และได้สอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลักสูตรการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัดหนองคาย โดยใช้เวลาเข้ารับการศึกษา 6 เดือน ติดต่อกัน หลังจากที่สอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากหลักสูตรการศึกษาตามอัธยาศัยที่จังหวัดหนองคาย ทั้งที่ในการศึกษาแบบสามัญทั่วไป การผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยปกติใช้ระยะเวลาศึกษา 3 ปีการศึกษา จึงเป็นกรณีที่ทำให้บุคคลดังกล่าวได้เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดหนองคายเป็นเวลาติดต่อกันรวม 6 ปีการศึกษา และมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของ “จังหวัดหนองคาย” ตามนัยมาตรา 41 (4) (ค) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 หรือไม่

     สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา 41 (4) (ค) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 จะต้องเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีการศึกษา โดยพิจารณาตามระยะเวลาปีการศึกษาที่ได้ศึกษาจริงในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ พรรคประชาชนจะต้องพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 41 และมาตรา 42 และปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 43 หรือ มาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งในเบื้องต้นเป็นหน้าที่และอำนาจของผู้อำนวยการ
การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งตามมาตรา 46 หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แล้วแต่กรณี

     4. กรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเกิด หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา หรือเคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามแต่กรณี อยู่ในอำเภอหรือกิ่งอำเภอของจังหวัด ๆ หนึ่ง (“จังหวัดเดิม”) แต่ปรากฏว่า ในเวลาต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดขึ้นเป็นจังหวัดใหม่ โดยมีผลเป็นการแยกอำเภอ หรือกิ่งอำเภอใน “จังหวัดเดิม” ออกจากเขตการปกครองของ “จังหวัดเดิม” มารวมเป็น “จังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่” จึงขอหารือว่า คำว่า “จังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง” ตามนัยมาตรา 41 (4) (ข) (ค) และ (ง) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 นั้น หมายถึง “จังหวัดเดิม” (อันเป็นการอ้างอิงจาก “ชื่อ” ของจังหวัดเดิม เป็นสำคัญในการกำหนดคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้ง) หรือ “จังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่” (อันเป็นการอ้างอิงตำแหน่งที่ตั้งในทางภูมิศาสตร์ เป็นสำคัญในการกำหนดคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้ง)

     สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 41 (4) (ข) (ค) และ (ง) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 นั้น เป็นไปตามจังหวัดปัจจุบันที่จะนำมาพิจารณาคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งในเบื้องต้นเป็นหน้าที่และอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 46 หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แล้วแต่กรณี

     ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักกฎหมายและคดี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือบริการสายด่วน 1444