24 June 2025
2986/
?? ย้อนรอย 24 มิถุนายน 2475 – 2568: 93 ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยไทย
วันที่ 24 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่แม้จะไม่ถูกบรรจุไว้ในปฏิทินราชการในฐานะ "วันชาติ" อีกต่อไป แต่ยังคงดำรงความหมายเชิงประวัติศาสตร์และอุดมการณ์ไว้ได้อย่างเข้มข้น ในปี พ.ศ. 2568 นี้ นับเป็นปีที่ประเทศไทยเดินทางผ่านช่วงเวลาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาแล้วเป็นเวลา 93 ปี นับจากวันที่คณะราษฎรประกาศเปลี่ยนแปลงระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
จุดเริ่มต้นของประชาธิปไตย: ปฏิวัติ 2475
ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทย (ขณะนั้นยังใช้ชื่อว่า “สยาม”) ปกครองภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ รัฐธรรมนูญหรือสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ถือกำเนิดขึ้น การเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนยังเป็นสิ่งไกลตัว และระบบขุนนางยังคงฝังรากลึกในโครงสร้างของสังคม
ในเวลาเดียวกัน สยามได้เริ่มรับอิทธิพลความคิดจากตะวันตกผ่านการศึกษาของบุตรหลานขุนนางและชนชั้นกลางที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป กลุ่มปัญญาชนและข้าราชการหนุ่มในขณะนั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องรัฐธรรมนูญ สิทธิเสรีภาพ และความเท่าเทียมกันทางการเมือง จนเกิดการรวมกลุ่มของบุคคลที่ต่อมาจะเรียกตนเองว่า “คณะราษฎร”
ในเช้าตรู่ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ดำเนินการยึดอำนาจจากรัฐบาลและประกาศแถลงการณ์ฉบับแรกต่อสาธารณชน พร้อมเสนอแนวทางการปกครองใหม่ที่มี 6 หลักการสำคัญ ได้แก่ เอกราช ความปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา
แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยใช้กำลังทหารและมีลักษณะของ “รัฐประหาร” แต่เหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นโดยไม่มีการนองเลือด และรัชกาลที่ 7 ได้ทรงยอมรับเงื่อนไขของคณะราษฎร โดยทรงเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของประเทศ
การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและรัฐธรรมนูญฉบับแรก
หลังเหตุการณ์ 24 มิถุนายน ประเทศได้มีการตรา “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร” ชั่วคราวขึ้นในวันเดียวกัน ก่อนจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของไทยในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้นำมาซึ่งการจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรและการเลือกตั้ง โดยเริ่มเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีสิทธิและหน้าที่ทางการเมืองมากยิ่งขึ้น แม้ในทางปฏิบัติ ระบบการเมืองไทยยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการรัฐประหาร การยุบสภา และการปฏิรูประบบราชการที่เกิดขึ้นตามมา
24 มิถุนายน กับสถานะ “วันชาติ” ในอดีต
จากความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ รัฐบาลในยุคของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม ได้ประกาศให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็น วันชาติของไทย อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2481 พร้อมกับการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ประเทศไทย” โดยมีเจตนารมณ์ในการปลุกจิตสำนึกของประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2503 รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีมติให้เปลี่ยน “วันชาติ” ไปเป็นวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ส่งผลให้วันที่ 24 มิถุนายน ถูกลดความสำคัญลงจากปฏิทินราชการ และไม่ใช่วันหยุดอีกต่อไป
การรำลึกในสังคมไทยยุคใหม่
แม้จะไม่ได้รับการรับรองเป็นวันชาติอย่างเป็นทางการ แต่ในระดับประชาชนและภาคประชาสังคม วันที่ 24 มิถุนายน ยังคงเป็นวันแห่งการรำลึก มีการจัดกิจกรรมเสวนา วางดอกไม้ จัดนิทรรศการ หรือแม้แต่การเดินขบวนสัญลักษณ์ เพื่อย้ำถึงคุณค่าของวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง และส่งต่อความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยให้กับคนรุ่นใหม่
หลายกลุ่มยังเรียกร้องให้คืนความหมายของวันที่ 24 มิถุนายนให้กลับมาอยู่ในความรับรู้ของสาธารณะในฐานะ “วันประชาธิปไตย” หรือ “วันแห่งอธิปไตยของปวงชน” และย้ำถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิมของคณะราษฎร ที่หวังให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน
บทเรียนจากอดีต และการเดินหน้าสู่อนาคต
แม้การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2475 จะไม่ได้นำมาซึ่งประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบในทันที หากแต่เป็นการเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย ที่ยังคงเดินหน้ามาจนถึงทุกวันนี้
ในวาระครบรอบ 93 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เราจึงควรใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และถ่ายทอดบทเรียนทางการเมืองของชาติ เพื่อสร้างสังคมที่มีสติ มีความรู้เท่าทัน และเคารพในความเห็นต่าง บนหลักของกฎหมายและประชาธิปไตย
?? สาระสำคัญที่ควรตระหนัก
"93 ปีผ่านไป ประชาธิปไตยอาจยังไม่สมบูรณ์ แต่เส้นทางของความเท่าเทียม เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน ยังคงเป็นเส้นทางที่เราต้องร่วมกันเดินต่อไป"
Records
ข่าวประชาสัมพันธ์ กกต.
51
ระบบได้รับข้อมูลการReport broken fileเรียบร้อยแล้ว
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
ระบบได้รับข้อมูลการReport broken fileเรียบร้อยแล้ว
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง